นายอลิค เจียง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจเอสที อีอาร์พี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการธุรกิจออนไลน์ ครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้ามารุกตลาดประเทศไทยด้วยการตั้งบริษัทเพื่อให้บริการแพลตฟอร์ม ระบบบริหาร จัดการธุรกิจออนไลน์ครบวงจร โดยมองว่า ตลาดไทยเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซกำลังเติบโต โดยมีมูลค่าตลาดกว่า 30,000 ล้านบาท และมีศักยภาพเติบโตได้อีกในระยะยาว เนื่องจากคนไทยเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่สามารถปรับตัวสู่การขายของออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา และมีความพร้อมด้านการขนส่ง และระบบการจ่ายเงินแบบไร้เงินสด ส่งผลให้กลุ่มแม่ค้าออนไลน์ ไลฟ์สดขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงแบรนด์ขนาดใหญ่ ที่ผันตัวเองมาขายสินค้าออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยได้วางแผนใช้สำนักงานใหญ่ในไทยเป็นฮับบุกขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว ด้วยในอนาคต

“บริษัทมองเห็นศักยภาพด้านตลาดอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากธุรกิจออนไลน์ไทยมีจุดแข็งด้านโซเชียลคอมเมนต์ไลฟ์สด ขายสินค้าผ่าน เฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก และไอจี แต่ยังติดข้อจำกัดการเข้าถึงระบบบริหารจัดการร้าน ที่มีบริการเกี่ยวกับการขายแบบครบวงจร ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น ตั้งแต่ระบบจัดการออร์เดอร์คำสั่งซื้อจากทุกช่องทางแบบเรียลไทม์ จัดการสต๊อก คลังสินค้า การจัดการขนส่งโลจิสติกส์ และระบบบัญชีหลังบ้าน มีประสิทธิภาพจัดการได้แบบเรียลไทม์ เพราะคนกลุ่มนี้ขายความน่าเชื่อถือ หากระบบมีปัญหา จัดส่งสินค้าไม่ตรงกำหนดหรือส่งสินค้าผิด จะทำลูกค้าขาดความเชื่อมั่นในทันที”
นายอลิค กล่าวต่อว่า สำหรับบริษัทถือว่ามีประสบการณ์ในด้านนี้มากกว่า 10 ปี เป็นระบบอีอาร์พี อันดับหนึ่งในจีน มีลูกค้าที่ใช้บริการ เช่น อาลีบาบา ติ๊กต็อก เจดี เป็นต้น ซึ่งตัวระบบ JST ERP เข้ามาตอบโจทย์ช่วยลดต้นทุน และเวลาการทำงานลงถึง 20-30 % และยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้นถึง 3 เท่าขึ้นไป โดยวางระบบบนอาลีบาบาคลาวด์ และสำรองข้อมูลแบบเรียลไทม์ มีความมั่นคงและปลอดภัย พร้อมประสิทธิภาพสูง ซึ่งในอนาคตก็มีแผนขยายตลาดออกไปทุกภูมิภาคทั่วโลกด้วย



