สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ม.ค. เกี่ยวกับความคืบหน้าของภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ด้วยยาน เพเรกริน (Peregrine) ของบริษัทแอสโตรบอติก เทคโนโลยี ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่สัญญาขององค์การบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ซึ่งออกเดินทางด้วยจรวดวัลแคน เซนทอร์ (Vulcan Centaur) ของบริษัทยูไนเต็ด ลอนช์ อัลไลแอนซ์ (United Launch Alliance) ร่วมกับบริษัทโบอิ้ง และล็อกฮีด มาร์ติน จากศูนย์อวกาศเคนเนดี บนแหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
Update #5 for Peregrine Mission One: pic.twitter.com/94wy2J0GyA
— Astrobotic (@astrobotic) January 8, 2024
แอสโตรบอติกออกแถลงการณ์เพิ่มเติม ว่าหลังยานเพเรกรินแยกตัวออกจากจรวดนำส่ง “เกิดความผิดปกติหลายอย่าง” ที่รวมถึงแผงโซลาร์เซลล์ของยานสำรวจไม่หันไปทางดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นความบกพร่องของระบบขับเคลื่อน แม้วิศวกรที่ศูนย์ปฏิบัติการบนโลกพยายามบังคับให้แผงโซลาร์เซลล์ปรับทิศทางไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว แต่ยังคงไม่สำเร็จ และเป็นสัญญาณสำคัญ ที่บ่งชี้ว่า ยานเพเรกรินจะไม่สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ ตามกำหนดในวันที่ 23 ก.พ. ที่จะถึง
อย่างไรก็ตาม ภารกิจของยานเพเรกริน ถือเป็นความพยายามสร้างประวัติศาสตร์ด้านอวกาศให้กับสหรัฐ โดยเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี ที่สหรัฐส่งยานสำรวจไปยังดวงจันทร์ นับตั้งแต่ภารกิจ “อะพอลโล-17” ซึ่งเป็นภารกิจสุดท้าย เมื่อปี 2515
We have liftoff! The first American commercial robotic launch to the Moon will deliver science instruments to study its surface, a critical part of preparing for future #Artemis missions. https://t.co/KoOZjXvqjD pic.twitter.com/Vo2Dnn6TwA
— NASA (@NASA) January 8, 2024
อนึ่ง น้ำหนักบรรทุกของยานเพเรกรินไม่ได้มีเพียงเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของนาซา เพื่อสำรวจการแผ่คลื่นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าบนดวงจันทร์ แต่ยังมีแคปซูลอีก 265 แคปซูล ของบริษัทเซเลสทิส ที่ภายในบรรจุตัวอย่างดีเอ็นเอของบุคคลหลายคน รวมถึงอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ 3 คน คือนายดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ นายจอห์น เอฟ. เคนเนดี และนายจอร์จ วอชิงตัน
การดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงคัดค้านอย่างหนักจากชนเผ่านาวาโฮ กลุ่มชาติพันธุ์หรือชาวอินเดียนแดงขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐ ซึ่งกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ขัดต่อความเชื่อของชาวนาวาโฮอย่างร้ายแรง ซึ่งถือว่า ดวงจันทร์เป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์.
เครดิตภาพ : AFP



