สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ว่า การสำรวจผู้ใหญ่ 2,000 คนทั่วเกาหลีใต้ ซึ่งจัดทำโดยกลุ่มสิทธิสัตว์ “อะแวร์” (Aware) ระหว่างวันที่ 12-17 ธ.ค. 2566 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในสัดส่วน 93.4% ไม่มีความตั้งใจที่จะรับประทานเนื้อสุนัขในอนาคต ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 88.6% ในการสำรวจเมื่อปี 2565

นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังบ่งชี้ว่า มีประชากรเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่เพลิดเพลินกับการรับประทานเนื้อสุนัข ซึ่ง 94.5% ของผู้ตอบแบบสอบถาม รายงานว่า พวกเขาไม่ได้รับประทานเนื้อสุนัขในช่วงปีที่ผ่านมา

ความไม่พอใจต่อการบริโภคเนื้อสุนัข เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ทั้งในกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยง และผู้ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง โดย 94.7% ของผู้ทำแบบสำรวจที่มีสัตว์เลี้ยง ประกาศอย่างชัดเจนว่า พวกเขาจะไม่รับประทานเนื้อสุนัข ส่วนกลุ่มผู้ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง กล่าวในลักษณะเดียวกันมากถึง 92.7%

เมื่อถามถึงเหตุผล ผู้ตอบแบบสอบถาม 53.5% ระบุว่า พวกเขารู้สึก “ไม่ชอบทางอารมณ์” ขณะที่ 18.4% กล่าวว่า พวกเขาไม่พอใจต่อกระบวนการเพาะพันธุ์และฆ่าสุนัขอย่างโหดร้าย ส่วนอีก 7.1% กล่าวว่า พวกเขาคำนึงถึงการรับรู้เชิงลบที่มีต่อเนื้อสุนัข จากส่วนที่เหลือในสังคม

ทั้งนี้ ผลสำรวจของอะแวร์ ชี้ให้เห็นว่า ประชากรที่เห็นชอบกับการแบนเนื้อสุนัข มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนของผู้ที่สนับสนุนการแบน สูงขึ้นจาก 72.8% เมื่อปี 2565 เป็น 82.3% ในปีนี้ ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถาม 60.9% กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวจะลดจำนวนสุนัขที่ต้องเจ็บปวดทรมาน

“ผลการสำรวจพิสูจน์ให้เห็นว่า ชาวเกาหลีใต้ไม่ถือว่าสุนัขเป็น ‘อาหาร’ อีกต่อไป และพวกเขากำลังขอให้ประเด็นการบริโภคเนื้อสุนัข ได้รับการแก้ไขผ่านกฎหมาย” นายอี ยัง-จู หัวหน้ากลุ่มอะแวร์ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP