พระครูปลัดสุวัฒนเถรคุณ (ธรรมทส ขนฺติพโล) รองเจ้าคณะอำเภอภาชี เจ้าอาวาสวัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในปี 2567 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เฉลิมพระเกียรติในโอกาสอันเป็นมหามงคล จึงได้จัดโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้น เพื่อสืบอายุของพระพุทธศาสนา พัฒนาสามเณรศาสนทายาท เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่วัดและแก่คณะสงฆ์ ทั้งเป็นแรงกระตุ้นวิริยอุตสาหะของสามเณร ให้มีกำลังใจในการเล่าเรียนและสืบพระศาสนาเพิ่มขึ้น โดยสามเณรที่สอบผ่านโครงการนี้ จะได้รับทุนการศึกษาด้วย ทั้งนี้ หลังจากประกาศรับสมัครไป ซึ่งเดิมกำหนดเปิดรับสมัครถึงช่วงเดือน มี.ค. แต่ปรากฏว่ามีวัดต่างๆ จากทั่วประเทศให้ความสนใจ ส่งสามเณรสมัครเข้ามาร่วมโครงการนี้จนครบ 72 รูปแล้ว ภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน
พระครูปลัดสุวัฒนเถรคุณ กล่าวต่อไปว่า สำหรับ ปาติโมกข์ คือคัมภีร์ที่รวมวินัยของสงฆ์ 227 ข้อ ประมวลพุทธบัญญัติอันทรงตั้งขึ้นเป็นพุทธอาณา ปรากฏอยู่ในพระวินัยปิฎกหมวดสุตตวิภังค์ มีพุทธานุญาตให้สวดในที่ประชุมสงฆ์ทุกกึ่งเดือน เรียกกันว่าสงฆ์ทำอุโบสถ ถือเป็นหลักสำคัญเรื่องหนึ่งในไตรสิกขา โดยความหมายตามศัพท์ว่า หมายถึงธรรมที่ทำให้ผู้รักษาพ้นจากกิเลสเศร้าหมองมีตัณหา เป็นต้น หรือธรรมที่อาศัยพ้นจากอาบัติ พระสงฆ์จึงต้องมีการลงอุโบสถ เพื่อทบทวนพระปาติโมกข์เป็นกิจประจำทุกเดือน สามเณรผู้เป็นเหล่ากอแห่งสมณะ ผู้จักอุปสมบทเป็นพระภิกษุสืบพระศาสนาต่อไป หากได้ทรงจำพระปาติโมกข์ไว้ก่อน ก็จะได้ชื่อว่าปฏิบัติเหตุเพื่อความดำรงมั่นแห่งพระศาสนา



