สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า แผนการดังกล่าว ซึ่งมีชื่อว่า “แผนงานนิวเคลียร์เพื่อพลเรือน” ประกอบด้วยการสำรวจการก่อสร้างโรงไฟฟ้าสำคัญแห่งใหม่ จากการลงทุนมูลค่า 300 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 13,400 ล้านบาท) เพื่อผลิตเชื้อเพลิงยูเรเนียมขั้นสูง และสร้างกฎระเบียบที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ มาตรการข้างต้นจะทำให้พลังงานนิวเคลียร์ของสหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 4 เท่า ภายในปี 2593 เป็น 24 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าของประเทศถึง 25%

“นิวเคลียร์ เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ สำหรับความท้าทายด้านพลังงานที่สหราชอาณาจักรเผชิญอยู่ อีกทั้งมันยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีราคาถูกกว่าในระยะยาว และจะรับประกันความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ” นายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก ผู้นำสหราชอาณาจักร กล่าว “นี่คือการตัดสินใจในระยะยาวที่ถูกต้อง และเป็นก้าวต่อไปในความมุ่งมั่นของเรา ที่มีต่อพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ด้วยวิธีที่ยั่งยืน และวัดผลได้”

ด้านรัฐบาลลอนดอนระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวแสดงถึงการขยายพลังงานนิวเคลียร์ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปี พร้อมกับเสริมว่า แผนการนี้จะลดค่าไฟฟ้า สนับสนุนงานหลายพันตำแหน่ง และปรับปรุงความมั่นคงด้านพลังงานของสหราชอาณาจักร

ในปัจจุบัน สหราชอาณาจักรมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้งานได้ทั้งหมด 9 ตัว ใน 5 พื้นที่ ซึ่งเตาปฏิกรณ์หลายตัวใกล้หมดอายุการใช้งานแล้ว อย่างไรก็ตาม “อีดีเอฟ” ผู้ให้บริการด้านกระแสไฟฟ้าและพลังงานรายใหญ่ของฝรั่งเศส และผู้ดำเนินการเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ประกาศเมื่อเดือน มี.ค. 2566 ว่า บริษัทกำลังต่ออายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า 2 แห่งในสหราชอาณาจักร ได้แก่ เฮย์แชม 1 และฮาร์ตลีพูล

นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังมีความตั้งใจ ที่จะสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ถึง 8 ตัว ภายในปี 2593 ด้วย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES