สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่านายหวอ วัน เถื่อง ประธานาธิบดีเวียดนาม ให้การต้อนรับประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ที่กรุงฮานอย เมื่อวันศุกร์


นอกเหนือจากการเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ ผู้นำทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านการประมง


ขณะที่นางเรตโน มาร์ซูดี รมว.การต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า รัฐบาลจาการ์ตาพร้อมร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อจัดทำแนวทางปฏิบัติ (ซีโอซี) เกี่ยวกับทะเลจีนใต้


อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2535 อาเซียนเห็นชอบร่วมกันในแถลงการณ์ ว่าด้วยการคลี่คลายข้อพิพาทเรื่องดินแดนและการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ “โดยสันติวิธี” หลังจากนั้นมีการเจรจาเพื่อจัดทำซีโอซีเกี่ยวกับทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงเวลากว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมา แต่แทบไม่มีความคืบหน้ามากนัก แม้ทุกฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นก็ตาม

ประธานาธิบดีหวอ วัน เถื่อง นำประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ที่ทำเนียบ ในกรุงฮานอย


นอกจากนี้ วิโดโดกล่าวถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของเวียดนาม ที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริษัทวินฟาสต์ และชื่นชมการที่วินฟาสต์เตรียมลงทุนระยะยาวในอินโดนีเซีย รวมถึงการก่อสร้างโรงงานมูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 42,100.80 ล้านบาท)


ด้านผู้นำเวียดนามแสดงความหวังว่า อินโดนีเซียจะเพิ่มการลงทุนในเวียดนามเช่นกัน โดยเฉพาะภาคการธนาคาร


อนึ่ง มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ขึ้นมาอยู่ที่ 14,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 143,844.40 ล้านบาท) เมื่อปี 2566 อย่างไรก็ดี เวียดนามและอินโดนีเซียกำหนดเป้าหมายการค้าระดับทวิภาคี ให้เกิน 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 526,260 ล้านบาท) ภายในอนาคตอันใกล้นี้.

เครดิตภาพ : AFP