สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศนาอูรูออกแถลงการณ์ ว่าจะไม่รับรองไต้หวัน “ในฐานะรัฐเอกราช” อีกต่อไป แต่ในทางกลับกัน นับจากนี้นาอูรูถือว่า “ไต้หวันคือดินแดนส่วนหนึ่งซึ่งไม่อาจแบ่งแยกจากจีนได้”


การประกาศดังกล่าวเท่ากับว่า นาอูรูยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน และจะไม่มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือระดับรัฐกับรัฐบาลไทเปอีกต่อไป “ซึ่งจะมีผลทันที”


ด้านกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันออกแถลงการณ์ ยุติความร่วมมือทั้งหมดกับนาอูรู “เพื่อปกป้องเกียรติยศของชาติ” ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเคยตัดความสัมพันธ์ที่ยาวนาน 17 ปี มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือน ก.ค. 2545 แต่หลังจากนั้นมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในปี 3 ปีต่อมา คือเมื่อปี 2548


แม้นาอูรูเป็นหนึ่งในประเทศซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยมีประชากรราว 12,500 คน และตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากชายฝั่งเมืองซิดนีย์ของออสเตรเลีย ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 4,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม นาอูรูมีความสำคัญทางการทูตอย่างมากสำหรับไต้หวัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา


ดังนั้น การที่นาอูรูยุติความสัมพันธ์ ทำให้ตอนนี้เหลือเพียง 12 ประเทศบนโลกเท่านั้น ซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบกับไต้หวัน ซึ่งรวมถึง วาติกัน กัวเตมาลา เบลีซ เฮติ และปารากวัย


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ “ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” กับการตัดสินใจของนาอูรู ในการสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบกับรัฐบาลปักกิ่ง และเน้นย้ำว่า “มีเพียงจีนเดียวบนโลกใบนี้”


อนึ่ง ความเปลี่ยนแปลงทางการทูตครั้งนี้เกิดขึ้น หลังไต้หวันจัดการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของผลการเลือกตั้งผู้นำ นายไล่ ชิง-เต๋อ รองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ซึ่งจีนประณามว่า “คือขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ได้รับชัยชนะ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES