เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ม.ค. นายกฤษดา ลาพิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานพิงคนคร และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เป็นประธานการแถลงข่าวชี้แจงการตายของสัตว์ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี หลังจากมีจำนวนตัวเลขสัตว์บิดเบือนจากความเป็นจริง โดยมี นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร และผู้อำนวยการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี พร้อมด้วย น.สพ.สุเมธ กมลนรนาถ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการสัตว์, นายชาตรี คูหเทพารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการสัตว์ และ น.สพ.ตุลยวรรธ สุทธิแพทย์ หัวหน้างานอนุรักษ์และวิจัยเป็นผู้ร่วมแถลงข่าว ณ อาคารวารีกุญชร สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
นายกฤษดา กล่าวว่า ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวการตายของสัตว์ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี สำนักงานพัฒนาพิงคนคร ได้ดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดและข้อเท็จจริงแล้ว โดยมีข้อเท็จจริงดังนี้ สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นหน่วยงานที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ต้องมีการนำสัตว์เพื่อเข้ามาแสดง ซึ่งสัตว์ที่นำมาแสดงในช่วงแรกๆ ปัจจุบันสัตว์กลุ่มนี้อยู่ในวัยชรา โดยสำนักงานฯ ดูแลสัตว์ในวัยชราอย่างดี และอยู่จนสิ้นอายุขัยของสัตว์แต่ละประเภทนั้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกสวนสัตว์ต้องเจอและไม่ใช่การตายปริศนาแต่อย่างใด ทั้งนี้ สำนักงานได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุการตายของสัตว์เบื้องต้น และเมื่อทราบถึงสาเหตุก็ได้มีการรายงานให้คณะกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนครทราบ และการดำเนินงานของสำนักงานฯ ได้มีมาตรฐานการจัดการสวนสัตว์และเลี้ยงสัตว์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ตามมาตรการ WAZA World Association of Zoo and Aquariums) และ SEAZA (South East Asian Zoo Association)

โดยจากการตรวจสอบการตายของสัตว์เดือน ธ.ค. 66 สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มีสัตว์ตายจำนวน 4 ตัว เป็นค่างห้าสี, หมาจิ้งจอก, หมาจิ้งจอกเฟนเนกฟ็อกซ์ และแมวดาว ชนิดละ 1 ตัว มิได้มีจำนวนการตายถึง 13 ตัว ตามที่เป็นข่าว และการเสียชีวิตก็เนื่องจากเป็นไปตามอายุขัยของสัตว์ ซึ่งสำนักงานมีกระบวนการชันสูตรซาก โดยการผ่าชันสูตรซากสัตว์ทุกตัว มีการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและอวัยวะ ส่งตรวจต่อไปยังห้องปฏิบัติการ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกรมปศุสัตว์ สำนักงานจะรายงานสัตว์เกิดสัตว์ตายต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประจำทุกเดือน ยกเว้นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทเสือโคร่งที่ต้องรายงานภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และเนื่องจากสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มีพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ในช่วงฤดูฝนมักพบสัตว์เลื้อยคลานประเภทงูจำนวนมาก และเมื่อทำการตรวจสอบจากจำนวนสัตว์ประจำวัน พบว่ามีลีเมอร์ สูญหาย เมื่อสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏมีงูเหลือมขนาดใหญ่ที่เข้าไปในส่วนแสดง สำนักงานจึงได้เร่งดำเนินการจัดทำมาตรการในการป้องกัน ซึ่งเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 และปัจจุบันไม่พบปัญหานี้
สำหรับการตรวจสุขภาพสัตว์ที่มีจำนวนกว่า 1,000 ตัว รวม 130 ชนิด ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี นั้น ก็มีการทยอยตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า การตรวจสัตว์ป่าจะตรวจยากกว่าสุนัขและแมว ที่เป็นสัตว์เลี้ยง การวางยาสลบ ขั้นตอนต่างๆ ที่จะจับและนำมาตรวจมีมากกว่า และต้องระวังอย่างมาก เพราะสัตว์บางตัวมีขนาดเล็ก เร่งรีบไม่ได้จะเกิดอันตรายต่อชีวิตสัตว์ ซึ่งยืนยันว่ามีการออกตรวจอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสัตว์ที่อยู่ในการรักษาจากอาการเจ็บป่วยประมาณ 10 ตัว แต่ไม่ได้ป่วยร้ายแรง นอกจากนี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นพื้นที่ธรรมชาติ 800 กว่าไร่ ในปี 64 ป็เคยมีงูเหลือมเข้ามากินลีเมอร์ไป 2 ตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็มีการตรวจสอบแล้ว และก็มีการป้องกันตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา แต่ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ก็เป็นเหตุสุดวิสัย เพราะสภาพแวดล้อมเป็นพื้นที่ธรรมชาติ
ทั้งนี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มีความสำเร็จและความภาคภูมิใจในการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพเชียงใหม่ เลือกทำการวิจัยทางด้านการรีดน้ำเชื้อ การตรวจคุณภาพน้ำเชื้อ การทำน้ำเชื้อแช่แข็งและการผสมเทียม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้ทั่วโลก มีความปลอดภัยสูงต่อสัตว์ และสามารถพัฒนาสายพันธุ์ให้คงอยู่ได้อย่างสมดุลในธรรมชาติ ซึ่งนำไปสู่การดำเนินโครงการผสมเทียม (AI-Artificial Insemination) สัตว์ป่า เพื่อการอนุรักษ์ที่เป็นโครงการต่อเนื่องในการวิจัยและอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าหายากของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และเพื่อช่วยอนุรักษ์พันธุ์.



