สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่าสภาผู้แทนราษฎรอิตาลีมีมติเสียงข้างมาก 138 ต่อ 92 เสียง เห็นชอบการเพิ่มบทลงโทษ ในกฎหมายว่าด้วยการปกป้องผลงานทางศิลปะ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม เพิ่มเป็นระหว่าง 40,000-60,000 ยูโร (ราว 1.54-2.31 ล้านบาท) ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นกับผลงาน และสถานที่แห่งนั้น
ปัจจุบัน กฎหมายดังกล่าวซึ่งมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “กฎหมายป้องกันการทำลายเชิงนิเวศ” มีระวางโทษปรับอยู่ที่ระหว่าง 1,500-15,000 ยูโร (ราว 57,915.57-579,155.68 บาท)
Italy approves tough new penalties on those who damage or deface historic monuments and heritage sites, with fines of up to €60,000.https://t.co/6C0qOdbIoQ
— Wanted in Rome (@wantedinrome) January 18, 2024
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของอิตาลีเกิดขึ้น หลังสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงหลายแห่งในประเทศ ได้รับความเสียหาย หรือถึงขั้นถูกทำลาย โดยเฉพาะจากบรรดานักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น การเทสีใส่บ่อน้ำพุเทรวี และการสาดสีไปที่ ปาลาซโซเวคคิโอ ซึ่งปัจจุบันคือ ศาลากลางเมืองฟลอเรนซ์
นอกจากนี้ กลุ่มนักเคลื่อนไหวยังใช้วิธีทากาวที่มือ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย แล้วติดเข้ากับผลงานศิลปะเก่าแก่ เพียงเพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐและประชาชนเพิ่มความสนใจต่อวิกฤติสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม มีกรณีจากนักท่องเที่ยวทั่วไปด้วย อาทิ นักท่องเที่ยวชายชาวสหราชอาณาจักรคนหนึ่งใช้กุญแจสลักข้อความบนกำแพงโคลอสเซียม ในกรุงโรม เมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับสังคมอิตาลี.
เครดิตภาพ : AFP



