สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า สตราคัน กล่าวว่า “เอ23เอ” (A23a) ภูเขาน้ำแข็งรูปฟันซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 4,000 ตารางกิโลเมตร ถูกคลื่นสูง 4 เมตร ทำลายช่องโค้ง และกัดเซาะเป็นก้อนเล็กๆ อีกทั้งมันกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ หลังติดอยู่กับพื้นมหาสมุทรแอนตาร์ติกมานานนับ 30 ปี

ปัจจุบัน ภูเขาน้ำแข็ง เอ23เอ ซึ่งมีความหนาถึง 400 เมตร ลอยอยู่ระหว่างเกาะเอเลแฟนต์ กับหมู่เกาะเซาท์ออร์กนีย์ แต่มวลน้ำแข็งที่ประกอบด้วยน้ำจืดประมาณ 1 ล้านล้านตัน มีแนวโน้มที่จะละลายในมหาสมุทรตลอดทาง เนื่องจากมันเข้าสู่ผืนน้ำที่อุ่นกว่า

ทั้งนี้ เรืออาร์อาร์เอส เซอร์ เดวิด แอตเทนโบโรห์ ของสหราชอาณาจักร ซึ่งเดินทางไปยังทวีปแอนตาร์กติกา เมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อปฏิบัติภารกิจทางวิทยาศาสตร์ พบกับภูเขาน้ำแข็ง เอ23เอ ที่ขวางเส้นทางเดินเรือ ซึ่งนายแอนดรูว์ ไมเจอร์ส หัวหน้านักวิทยาศาสตร์บนเรือ กล่าวว่า พวกเขาต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมงในการแล่นผ่านภูเขาน้ำแข็งลูกนี้

อนึ่ง เอ23เอ แตกออกจาชายฝั่งแอนตาร์ติกครั้งแรกเมื่อปี 2529 ส่งผลให้มันเป็นภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเก่าแก่ที่สุดในโลก แต่กลายเป็นว่ามันติดอยู่กับก้นมหาสมุทรอย่างรวดเร็ว กระทั่งในปี 2563 ภาพถ่ายดาวเทียมชุดหนึ่งเผยให้เห็นว่า เอ23เอ กำลังเคลื่อนตัว ซึ่งอีก 3 ปีต่อมา มันก็หลุดออกจากพื้นมหาสมุทร และเริ่มมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ

ด้านนายแอนดรูว์ เฟลมิง จากสถาบันสำรวจแอนตาร์กติกาแห่งสหราชอาณาจักร (บีเอเอส) เน้นย้ำว่า ภูเขาน้ำแข็งเหล่านี้เป็น “กระบวนการทางธรรมชาติ” เนื่องจากภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ 1–2 ลูก จะแตกออกในทุกปี

อย่างไรก็ตาม มันยังคงมีคำถามปลายเปิดอยู่ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศหรือไม่ เพราะน้ำแข็งทะเลแอนตาร์ติกในฤดูหนาว อยู่ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อปีที่แล้ว.

เครดิตภาพ : AFP