นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า วันนี้ (22 ม.ค.) บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ (เอดับเบิลยูเอ็น) ในเครือเอไอเอส ได้ชำระเงินประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ช่วงความถี่ย่าน 723-733 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 778-788 เมกะเฮิรตซ์ งวดที่ 4 เป็นจำนวนเงิน 1,881,488,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดย เอดับเบิลยูเอ็น เป็นผู้ชนะการประมูล ในราคาการประมูลสูงสุด 17,584 ล้านบาท และได้ชำระ มาก่อนหน้านี้จำนวน 3 งวด เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 5,644,464,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยสำนักงาน กสทช. ได้นำส่งเงินดังกล่าว ให้กระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตามเงื่อนไขของการชำระเงินประมูล เงินงวดที่ 4 ทางสำนักงาน กสทช. ก็จะนำส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป
ด้านนายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้นำคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นทรัพยากรสาธารณะของชาติที่ได้รับจากการประมูลมาพัฒนา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ กสทช. พร้อมทั้งได้นำนวัตกรรมอัจฉริยะมาใช้เพื่อยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน และการใช้ชีวิตที่สะดวก รวดเร็ว ของผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศ โดยปัจจุบัน เอไอเอส เป็นผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่สูงสุด คือ 1460 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป และกลุ่มลูกค้าองค์กรภาคอุตสาหกรรมต่างๆ
“ปัจจุบัน เอไอเอส 5จี มีการให้บริการครอบคลุมสูงสุดทั่วประเทศแล้ว โดยเฉพาะคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นโครงข่าย 5จี ที่มี แบนด์วิดธกว้างที่สุดของอุตสาหกรรม ก็จะสามารถเสริมแผนการพัฒนาเครือข่ายให้สามารถให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมา ได้เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมโครงข่าย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการการทำงานให้กับภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น เสถียรมากขึ้น รองรับการใช้งานได้ในปริมาณมากขึ้น ทำให้ภารกิจที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึง บริการที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็วแบบเรียลไทม์ เช่น การควบคุมรถยนต์ไร้คนขับ หรือการผ่าตัดทางไกล ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะช่วยให้เอไอเอส กำลังก้าวสู่การเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ ค็อกนิทิฟ เทค-โค่”



