การอยู่เวรรักษาการณ์ เพื่อดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาทำให้เกิดเหตุอันตรายแก่นักเรียนและครูจนได้รับบาดเจ็บจำนวนบ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นกรณีครูหญิงจากโรงเรียนใน จ.เชียงราย เข้าเวรโรงเรียนจนถูกบุคคลภายนอกเข้ามาทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือแม้กระทั่งโรงเรียนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ พบชายคลุ้มคลั่งนำเอาวุธมีดวิ่งทำร้ายนักเรียนทำให้ครูชายที่เข้าเวรวิ่งเข้ามาสกัดป้องกันเด็กจนได้รับบาดเจ็บ จากประเด็นเหล่านี้ส่งผลให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ยกเลิกระเบียบราชการ เมื่อปี 2542 ที่กำหนดให้สถานที่ราชการทุกแห่ง ต้องจัดให้มีเวรรักษาการณ์ เพื่อดูแลและป้องกันความเสียหายอันจะบังเกิดแก่สถานที่ราชการ โดยการยกเลิกระเบียบดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาและหน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
ตามไปฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนของเหล่าคุณครูในพื้นที่ต่างๆ ถึงการยกเลิกมติให้ครูเข้าเวรโรงเรียน
มาเริ่มกันที่ นายพีระพัฒน์ เชิงสะอาด ครูผู้สอนวิชาพลศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านผำ จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว และดีใจที่รัฐบาลเห็นความสำคัญของภาระงานครู เพราะที่ผ่านมาก่อนตนจะได้บรรจุเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย ได้เป็นพนักงานราชการมาก่อนและประจำอยู่โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งต้องมาเข้าเวรนอนที่โรงเรียนเป็นประจำ เพราะมีครูผู้ชายจำนวนน้อยจึงไม่ได้มีการสลับเวรเปลี่ยนนอน ทั้งนี้ตนเชื่อว่านโยบายการยกเลิกครูเข้าเวรของรัฐบาลจะลดภาระงานครูได้ ครูจะได้มีเวลาอยู่กับการสอนของเด็ก มีเวลากับครอบครัว เพราะเท่าที่ตนมีเพื่อนครูก็จะได้รับเสียงสะท้อนว่าการเข้าเวรโรงเรียน โดยเฉพาะครูที่มีครอบครัวแล้วจะต้องมีการจ้างเวรเพื่อนครูด้วยกันเองให้มาอยู่เวรโรงเรียนแทน เพราะตัวเองจะต้องกลับบ้าน ซึ่งที่โรงเรียนชุมชนบ้านผำนั้นในการอยู่เวรกลางคืนจะมีนักการภารโรงมาอยู่แทน แต่ในช่วงกลางวันในวันหยุดวันเสาร์และอาทิตย์จะเป็นครูหมุนสลับการเข้าเวร ซึ่งหากได้ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่เข้ามาทำหน้าที่อยู่เวรแทนครูจะสร้างความปลอดภัยให้แก่ครูได้โดยเฉพาะครูผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าโรงเรียนของตนจะบริหารจัดการได้ตามนโยบายดังกล่าว เพราะชุมชนบริเวณรอบโรงเรียนมีความเข้มแข็ง สามารถจัดหน่วยงานปกครองในพื้นที่เข้ามาดูแลความปลอดภัยได้

ด้าน นางอมรรัตน์ แก้วเสน่หา ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนบ้านกุดฮู จ.หนองบัวลำภู กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้โรงเรียนกำลังรอคำสั่งอย่างเป็นทางการ แต่ระหว่างนี้โรงเรียนยังมีการให้อยู่เวรตามคำสั่งเดิมไปก่อน แต่ตนเชื่อว่าเมื่อมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนอย่างเป็นทางการแล้วโรงเรียนสามารถบริหารจัดการได้ เพราะโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่มีชุมชนโดยรอบเข้มแข็งอย่างมาก สามารถประสานขอความร่วมมือหน่วยความมั่นคงในพื้นที่เข้ามาดูแลความปลอดภัยโรงเรียนแทนครูได้ ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่านโยบายยกเลิกครูเข้าเวรน่าจะดำเนินการตั้งนานแล้ว เพราะจะให้ครูผู้หญิงหรือครูผู้ชายมาเข้าเวรก็มีความสุ่มเสี่ยง เนื่องจากโดยรอบชุมชนโรงเรียนมียาเสพติดเข้ามามาก เด็กบางคนที่ไม่ได้เรียนต่อก็ติดยา จึงเสี่ยงอันตรายต่อครูและนักเรียนในโรงเรียน และตนคิดว่าหน้าที่การดูแลสถานศึกษาควรจะเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงไม่ใช่ครูมาทำหน้าที่แทน เพราะภาระครูเริ่มตั้งแต่การสอน จัดการอาหารกลางวัน และโรงเรียนก็มีครูไม่ครบชั้น นอกเหนือจากงานประจำเหล่านี้แล้วยังต้องมาอยู่เวรโรงเรียนอีก ซึ่งถือเป็นภาระและเสี่ยงอันตราย แม้โรงเรียนจะมีป้อมยามแต่ก็ไร้คนดูแล อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้มีรปภ.ประจำโรงเรียน ซึ่งสามารถจ้างงานคนในชุมชนให้มาเป็นรปภ.ได้ จะได้สร้างรายได้ให้คนในชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย

ขณะที่ นายวศิน บุตรมิตร ครูผู้สอนวิชาดนตรี โรงเรียนบ้านห้วยเสียด จ.กระบี่ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ยกเลิกให้ครูเข้าเวรโรงเรียน เพราะเวลากลางวันก็ต้องสอนนักเรียนอย่างเต็มที่แต่เวลากลางคืนต้องมาเข้าเวรนอนเฝ้าโรงเรียนอีก ซึ่งในส่วนของตนต้องอยู่เวรกลางคืนและบางครั้งเสี่ยงอันตราย แม้จะมีกล้องวงจรปิดก็ตาม แต่กล้องไม่สามารถตรวจสอบได้ทั่วถึง โดยที่ผ่านมามีเหตุการณ์โจรเข้ามาหลังโรงเรียน เพื่อมาขโมยทรัพย์สินภายในโรงเรียนด้วย แต่กล้องก็ไม่สามารถตรวจจับไปถึงได้ เนื่องจากโรงเรียนมีพื้นที่กว้าง และตนก็หวั่นว่าตัวเองจะไม่ปลอดภัย เพราะคงไม่สามารถไปต่อสู้กับโจรได้ โดยในส่วนของโรงเรียนขณะนี้ครูในโรงเรียนยังหมุนสลับเข้าเวรกันตามปกติ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าโรงเรียนสามารถบริหารจัดการที่จะประสานหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ในการเข้ามาดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาแทนครูได้ ซึ่งตนอยากให้มีรปภ.ประจำโรงเรียน ซึ่งตนก็ได้มีการพูดคุยกับเพื่อนครูในโรงเรียนพบว่า ทุกคนดีใจกับนโยบายดังกล่าว

ในส่วนของ น.ส.จิราภรณ์ พิแสง ครูผู้สอนชีววิทยา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 49 จ.ตราด กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายนี้ เพราะการต้องมาเข้าเวรสร้างความอันตรายต่อครูผู้หญิงที่ต้องมาอยู่เวรกลางคืนและวันหยุด โดยในส่วนของโรงเรียนตนนั้นจะใช้การจับสลากกันเพื่ออยู่เวรโรงเรียน โดยโรงเรียนไม่มีกล้องวงจรปิดยิ่งเพิ่มความเสี่ยงอันตรายมากขึ้นไปอีก เพราะไม่รู้บุคคลภายนอกจะเข้ามาในโรงเรียนประสงค์ดีหรือร้ายในช่วงไหนบ้าง อีกทั้งกลางวันครูต้องสอนและกลางคืนก็ต้องมาอยู่เวรอีก เพราะการเป็นโรงเรียนประจำครูทำหน้าที่อย่างหนักอยู่แล้ว รวมถึงในช่วงปิดภาคเรียน ครูก็ต้องมาอยู่เวรทั้งๆ ที่ไม่มีเด็กอยู่โรงเรียน จึงอยากให้เรื่องการดูแลความปลอดภัยของสถานศึกษาเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่มากกว่า และอยากให้มีรปภ.ประจำโรงเรียนด้วย ทั้งนี้แม้จะมีมติยกเลิกครูเข้าเวรออกมาแล้ว แต่ตอนนี้ต้องรอคำสั่งอย่างเป็นทางการจากฝ่ายบริหาร ซึ่งก็ต้องรอดูว่าจะยกเลิกการเข้าเวรโรงเรียนตามมติครม.ได้จริงหรือไม่




