สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่ารัฐบาลเยเมนซึ่งมีฐานอยู่ที่เมืองเอเดน และได้รับการรับรองจากสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและพันธมิตร “เพื่อป้องกันตนเอง” จากการโจมตีของกองกำลังฮูตี ซึ่งยังคงยึดครองกรุงซานาและเมืองใหญ่อีกหลายแห่งอย่างเหนียวแน่นอน ว่า “ไม่เพียงพอและไม่ใช่ทางออก”
ทั้งนี้ รัฐบาลเยเมนมองว่า “หนทางแก้ไข” ของเรื่องนี้ คือการที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน “ทำลาย” ศักยภาพทางทหารของกองกำลังฮูตี และยืนยัน ความต้องการเจรจาสร้างสันติภาพอย่างถาวร เพื่อยุติสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 10 ปี อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตี “ไม่ต้องการสันติภาพ”
#UPDATE Yemen's internationally recognised government said on Saturday "defensive" US and British strikes on Huthi rebels weren't enough and called for US and Saudi support to "eliminate" their ability to stage attacks on Red Sea shipping ➡️ https://t.co/nSZPEpXyA0 pic.twitter.com/DT2iiCkziR
— AFP News Agency (@AFP) January 27, 2024
แถลงการณ์ดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ หลัง กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทำลายระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือในเยเมน เมื่อวันเสาร์ เพื่อตอบโต้กองกำลังฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกสินค้า “มาร์ติน ลูอันดา” ระหว่างกำลังแล่นผ่านอ่าวเอเดน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่ง

อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และลูกเรือควบคุมสถานการณ์ ด้วยการใช้ระบบดับเพลิงที่ติดตั้งอยู่บนตัวเรือ
ขณะที่กลุ่มฮูตีออกแถลงการณ์ ว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าวจริง เพื่อตอบโต้ “ความก้าวร้าวของสหรัฐและสหราชอาณาจักรที่มีต่อเยเมน” หมายถึงการที่กองทัพของทั้งสองประเทศปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในเยเมนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนม.ค.
ด้านการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด เผยแพร่รายงาน ว่าภายในระยะเวลา 2 เดือนล่าสุด หรือนับตั้งแต่กลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ความหนาแน่นของเรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านคลองสุเอซ ซึ่งเชื่อมระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง ลดลง 42% โดยเรือบรรทุกสินค้าเหล่านี้ เดินทางอ้อมไปผ่านแหลมกู๊ดโฮป ที่แอฟริกาใต้แทน.
เครดิตภาพ : AFP



