สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่ารัฐบาลเยเมนซึ่งมีฐานอยู่ที่เมืองเอเดน และได้รับการรับรองจากสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและพันธมิตร “เพื่อป้องกันตนเอง” จากการโจมตีของกองกำลังฮูตี ซึ่งยังคงยึดครองกรุงซานาและเมืองใหญ่อีกหลายแห่งอย่างเหนียวแน่นอน ว่า “ไม่เพียงพอและไม่ใช่ทางออก”


ทั้งนี้ รัฐบาลเยเมนมองว่า “หนทางแก้ไข” ของเรื่องนี้ คือการที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน “ทำลาย” ศักยภาพทางทหารของกองกำลังฮูตี และยืนยัน ความต้องการเจรจาสร้างสันติภาพอย่างถาวร เพื่อยุติสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 10 ปี อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตี “ไม่ต้องการสันติภาพ”


แถลงการณ์ดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ หลัง กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทำลายระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือในเยเมน เมื่อวันเสาร์ เพื่อตอบโต้กองกำลังฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกสินค้า “มาร์ติน ลูอันดา” ระหว่างกำลังแล่นผ่านอ่าวเอเดน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่ง

เพลิงไหม้บนเรือบรรทุกสินค้า “มาร์ติน ลูอันดา” ของสหราชอาณาจักร กลางอ่าวเอเดน ถ่ายโดยเรือลาดตระเวนของกองทัพอินเดีย ซึ่งเข้าไปช่วยเหลือ


อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และลูกเรือควบคุมสถานการณ์ ด้วยการใช้ระบบดับเพลิงที่ติดตั้งอยู่บนตัวเรือ


ขณะที่กลุ่มฮูตีออกแถลงการณ์ ว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าวจริง เพื่อตอบโต้ “ความก้าวร้าวของสหรัฐและสหราชอาณาจักรที่มีต่อเยเมน” หมายถึงการที่กองทัพของทั้งสองประเทศปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในเยเมนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนม.ค.


ด้านการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด เผยแพร่รายงาน ว่าภายในระยะเวลา 2 เดือนล่าสุด หรือนับตั้งแต่กลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ความหนาแน่นของเรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านคลองสุเอซ ซึ่งเชื่อมระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง ลดลง 42% โดยเรือบรรทุกสินค้าเหล่านี้ เดินทางอ้อมไปผ่านแหลมกู๊ดโฮป ที่แอฟริกาใต้แทน.

เครดิตภาพ : AFP