สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่าสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่แถลงการณ์ของนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการ ว่าบุคลากรของยูเอ็นคนใดก็ตาม หากเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย จะต้องรับโทษตามกฎหมาย ที่รวมถึงการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และยูเอ็นพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบสวนสอบสวนเรื่องราวทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เลขาธิการยูเอ็นกล่าวว่า มีความเข้าใจความวิตกกังวลของนานาประเทศ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จนส่งผลให้มีการระงับความสนับสนุน แก่สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ) อย่างไรก็ตาม ยูเอ็นขอให้ประเทศที่ระงับการบริจาคอยู่ ณ เวลานี้ “อย่างน้อยที่สุด” มอบหลักประกันความสนับสนุนให้แก่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอต่อไป ในอนาคต
.@UNRWA lifesaving programmes are in serious jeopardy following countries decisions to halt their funding to the agency, Commissioner General @UNLazzarini said on Saturday, urging them to reverse their decisionshttps://t.co/Mpu550yRnW
— UN News (@UN_News_Centre) January 28, 2024
ทั้งนี้ ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอไล่ออกเจ้าหน้าที่ชาวปาเลสไตน์ “จำนวนหนึ่ง” หลังตรวจสอบพบว่า บุคลากรกลุ่มนั้นมีส่วนร่วมกับกลุ่มฮามาส ในการก่อเหตุโจมตีภาคใต้ของอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ประกาศระงับการมอบความสนับสนุนเพิ่มเติมให้แก่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ จนกว่าการสอบสวนจะลุล่วง
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลเรียกร้องให้นายฟิลิปเอ ลาซซารินี ลาออกจากการเป็นข้าหลวงใหญ่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2492 หรือหนึ่งปีหลังการสถาปนารัฐอิสราเอล และเสนอว่า การฟื้นฟูและขับเคลื่อนฉนวนกาซาในอนาคต ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อสันติภาพและการพัฒนา “อย่างแท้จริง”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



