สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่า ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) รายงานเหตุโดรนติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายโจมตี “ทาวเวอร์ 22” ซึ่งเป็นรหัสของฐานทัพสหรัฐ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจอร์แดน ใกล้กับซีเรียและอิรัก เมื่อวันอาทิตย์ ส่งผลให้ทหารอเมริกันเสียชีวิตอย่างน้อย 3 นาย และมีทหารได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 30 นาย
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ที่กำลังพลของสหรัฐในตะวันออกกลางเสียชีวิต นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาปะทุ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีบุคคลกลุ่มใดออกมารับสมอ้าง ด้านกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ ว่าการโจมตีที่เกิดขึ้น “ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใดก็ตาม” ถือเป็น “การส่งสัญญาณ” ถึงสหรัฐ ว่าตราบใดที่การเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ในฉนวนกาซายังไม่ยุติ อีกฝ่ายอาจต้องเผชิญหน้ากับ “ทั้งโลกมุสลิม”
Three US service members are dead and at least two dozen hurt in Jordan drone attack, the first US troop deaths since the start of the Gaza war https://t.co/xqlQXd2V4t
— CNN (@CNN) January 28, 2024
ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ ประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างหนัก และกระทรวงการต่างประเทศจอร์แดนออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของทหารอเมริกันทั้งสามนาย ในเวลาเดียวกัน ทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่า “สหรัฐจะตอบโต้”
ทั้งนี้ ข้อมูลจากรัฐบาลวอชิงตันระบุว่า กำลังพลของสหรัฐในอิรักและซีเรีย ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีมากกว่า 150 ครั้ง นับตั้งแต่กลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา
อีกด้านหนึ่ง บรรยากาศในทะเลแดงยังคงตึงเครียด โดยกองทัพสหรัฐโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังฮูตีในเยเมนเป็นระยะ เพื่อตอบโต้ที่อีกฝ่ายยังคงยิงจรวดใส่เรือบรรทุกสินค้าในบริเวณนั้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเยเมนซึ่งมีฐานอยู่ที่เมืองเอเดน กล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ “เปล่าประโยชน์” ส่วนกลุ่มฮูตียืนยัน เดินหน้าปฏิบัติการต่อไป ตราบใดที่อิสราเอลยังไม่ยุติการโจมตีทางทหารในฉนวนกาซา.
เครดิตภาพ : Google Earth



