สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบามาโก ประเทศมาลี เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่า ผู้นำของทั้งสามประเทศออกแถลงการณ์ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็น “การตัดสินใจของอธิปไตย” ที่จะออกจากประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกาตะวันตก “โดยไม่รีรอ”
สืบเนื่องจากความรุนแรงและความยากไร้ รัฐบาลทหารของประเทศเหล่านี้ จึงมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับอีโควาส นับตั้งแต่เกิดการยึดอำนาจในมาลี, บูร์กินาซาโฟ และไนเจอร์ เมื่อปี 2563, ปี 2565 และเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ตามลำดับ
ด้านอีโควาส ระบุในแถลงการณ์ว่า ยังไม่ได้รับแจ้งโดยตรงอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการถอนตัวข้างต้น แต่กลุ่มยังคงมุ่งมั่นที่จะค้นหาวิธีแก้ทางตันทางการเมือง ด้วยการเจรจากับทั้งสามประเทศต่อไป
Burkina, Mali, Niger Quit West African Bloc ECOWAShttps://t.co/4IkLwnWVwN pic.twitter.com/lmqTVVnztf
— Channels Television (@channelstv) January 28, 2024
อนึ่ง ทั้งสามประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่มเมื่อปี 2518 ถูกระงับจากอีโควาส โดยไนเจอร์ และมาลี เผชิญกับการคว่ำบาตรอย่างหนัก เนื่องจากกลุ่มพยายามผลักดันการจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งรัฐบาลทหารของทั้งสามประเทศมองว่า มาตรการคว่ำบาตรข้างต้น เป็น “ท่าทีที่ไร้เหตุผลและยอมรับไม่ได้” เพราะพวกเขาตัดสินใจก่อรัฐประหาร เพื่อถอดถอนรัฐบาลพลเรือน และกุมชะตากรรมของประเทศเอาไว้เอง
นอกจากนี้ แถลงการณ์ร่วมของผู้นำไนเจอร์, ผู้นำมาลี และผู้นำบูร์กินาฟาโซ ยังระบุเสริมว่า อีโควาส ซึ่งตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจต่างชาติ และทรยศต่อหลักการก่อตั้งกลุ่ม กลายเป็นภัยคุกคามต่อสมาชิกทั้ง 15 ประเทศ และประชาชน
อย่างไรก็ตาม การถอนตัวจากอีโควาส อาจทำให้ไนเจอร์, มาลี และบูร์กินาฟาโซ ซึ่งไม่มีทางออกโดยตรงสู่ทะเล ดำเนินการค้าขายลำบากกว่าเดิม จนส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้น รวมทั้งอาจมีการกลับมาบังคับใช้ข้อกำหนดวีซ่า สำหรับการเดินทางด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



