สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่านายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศลาว ในฐานประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กล่าวถึงการที่น.ส.มาลา ตาน ไท่ก์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่เมืองหลวงพระบาง ว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดี ว่าความพยายามของทุกฝ่ายมีความคืบหน้า แต่อย่าลืมว่า สถานการณ์ในเมียนมาแก้ไขไม่ได้ภายในวันเดียว
ทั้งนี้ นายสะเหลิมไซ กล่าวว่า การประสานงานและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเมียนมา ยิ่งมีความต่อเนื่องมากเท่าไหร่ ความเข้าใจต่อสถานการณ์จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียให้ความเห็นว่า การที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาเข้าร่วมการประชุม ยังไม่ถือว่าเป็นสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงชัดเจนในทางใด เนื่องจากยังคงเป็นไปตามมติของอาเซียน
Myanmar's acting permanent secretary of its foreign ministry, Marlar Than Htike, is in Laos for ASEAN talks, the first to attend a high-level meeting of the regional bloc in more than two yearshttps://t.co/1rZyxLGiN1
— TRT World (@trtworld) January 29, 2024
อย่างไรก็ดี ที่ประชุมมีมติเห็นพ้อง การเดินหน้ามอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่เมียนมา โดยลาวชื่นชมความพยายามดังกล่าว ที่มีไทยเป็นหัวเรือใหญ่ เนื่องจากเป็นประเทศซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมา เป็นระยะทางยาวที่สุด ประมาณ 2,200 กิโลเมตร
อนึ่ง นายอะลุนแก้ว กิตติคุน นักการทูตอาวุโสชาวลาว ซึ่งทำหน้าที่ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเมียนมาของอาเซียน ประจำปีนี้ เยือนกรุงเนปิดอว์ เมื่อช่วงต้นเดือนม.ค. เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ และพบหารือกับพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เกี่ยวกับ “ความพยายามระดับรัฐบาล ในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของรัฐ และการประนีประนอมระดับชาติ”
สำหรับฉันทามติ 5 ข้อ เป็นการเห็นชอบร่วมกันอย่างเป็นทางการ ระหว่างการประชุมอาเซียนวาระพิเศษ ที่กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย เมื่อเดือน เม.ย. 2564 โดย พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นด้วยตัวเอง มีสาระสำคัญคือ “การยุติความรุนแรงทุกรูปแบบจากทุกภาคส่วน” “การเจรจาอย่างจริงจังระหว่างรัฐบาลทหารกับกองกำลังฝ่ายต่อต้าน” และ “การเปิดทางให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ประชาชน”.
เครดิตภาพ : AFP



