นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์  รองประธานกรรมการบริหาร  ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่  บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า  ในปี 67 นี้ แผนกลยุทธ์ของกลุ่มสามารถในการดำเนินธุรกิจจะเน้นความมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการแสวงหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ ลดการพึ่งพิงโครงการของรัฐ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งานใหม่ๆ  และการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในอุตสาหกรรมต่างๆ  เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและการแข่งขัน สุดท้ายคือการขยายบริการด้านเทคโนโลยี ที่บริษัทมีประสบการณ์และความชำนาญไปสู่ฐานลูกค้าใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว ด้วยความเชื่อมั่นในโอกาสและศักยภาพของบริษัท โดยกลุ่มสามารถจึงตั้งเป้ารายได้รวมในปีนี้จำนวน 13,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 30% เมื่อเทียบกับปี 66 ที่มีรายได้เกือบ 10,000  ล้านบาท และเริ่มกลับมามีกำไรมากกว่าช่วงโควิดที่ผ่านมา

สำหรับผลประกอบการของสายธุรกิจต่างๆ ในปี 66 ที่ผ่านมา ในสายธุรกิจ ดิจิทัล ไอซีที โซลูชั่น นั้น กลุ่มสามารถเทเลคอม ได้มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท ส่งผลให้มีมูลค่างานในมือปัจจุบัน รวมประมาณ 4,500 ล้านบาท โดยในปี 67 นี้ บริษัทมีแผนเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ 6,000 ล้านบาท เติบโต 30% โดยจะมีการต่อยอดดิจิทัลโซลูชั่น เพื่อเสนอให้ภาคการเงิน ธนาคาร และการบริหารจัดการองค์กร

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ 

นายวัฒน์ชัย กล่าวต่อว่า สำหรับสายธุรกิจ ยูนิตี้ แอนด์ ทรานสปอร์ตเตชั่น ในปี 67 ตั้งเป้ารายได้ที่ 5,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 23% โดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น ให้บริการควบคุมการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชา คาดว่ารายได้จะเติบโตกว่า 30% จากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค ประกอบกับรัฐบาลกัมพูชา มีนโยบายสนับสนุนภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสถานีและสายส่งไฟฟ้าแรงสูง โดยบริษัท เทด้าและทรานเส็ค มีงานในมือปัจจุบันรวม 4,000 ล้านบาท และมีแผนที่จะเข้าประมูลในปีนี้อีกกว่า 3,500 ล้านบาท, โครงการ ไดเร็ก โค้ดดิ้ง ตั้งเป้ารายได้ 981 ล้านบาท โตขึ้น 10%

และสุดท้ายสายธุรกิจ ดิจิทัล คอมมูนิเคชั่น มีการรับรู้รายได้จากการจำหน่ายเครื่องวิทยุลูกข่ายและค่าใช้บริการแอร์ ไทม์ เพิ่มขึ้น 300% โดยในปี 67 จะขยายการใช้งานไปยังกลุ่มสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 120,000 ราย ส่วนธุรกิจสายมู เป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง บริษัท ลักกี้ เฮง เฮง ที่ให้บริการดูดวงออนไลน์  ทำบุญออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ คาดว่าปีนี้จะมีรายได้กว่า 80 ล้านบาท.