เมื่อวันที่ 31 ม.ค. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล  รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นความไม่สบายใจเกิดขึ้น โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ได้ห่วงใยเรื่องนี้เป็นอย่างมากพร้อมกับกำชับให้ครูกวดขันดูแลสอดส่องพฤติกรรมเด็กรายบุคคล โดยให้ทำตัวเหมือนเป็นพ่อแม่คนที่สองของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนอุ่นใจสามารถพูดคุยเล่าปัญหาให้ฟังได้ทุกเรื่อง ซึ่งได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดูแลเยียวยานักเรียนแล้ว พร้อมส่งหน่วยเฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่เข้าไปดูแลสภาพจิตใจนักเรียนด้วย โดยหลังจากเกิดเหตุนักเรียนคนดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ข่มขืนนั้นได้รับทราบว่ามีเรื่องราวภายในโรงเรียนที่เกิดขึ้นอย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการชี้แจงของครูในโรงเรียนที่นักเรียนคนดังกล่าวศึกษาอยู่ ซึ่งอาจใช้วิธีการในการชี้แจงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบไม่ถูกต้อง ทำให้ ศธ.ไม่สบายใจ ดังนั้นขอให้ครูในโรงเรียนที่นักเรียนศึกษาอยู่ต้องหยุดในเรื่องการชี้แจงต่างๆ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของนักเรียนได้ ส่วนเรื่องการเรียนของนักเรียนนั้น ศธ.จะช่วยเหลือให้การเรียนการสอนของนักเรียนไม่ติดขัด

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า  ทั้งนี้ตนได้พูดคุยกับครอบครัวนักเรียนด้วย ซึ่งผู้ปกครองมีความเป็นห่วงเรื่องการเรียนของเด็ก และหารือกับศธ.ในเรื่องการเรียน เนื่องจากสภาพจิตของเด็กยังไม่พร้อมต่อการเดินทางมาโรงเรียน โดย ศธ.จะหาวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อให้เด็กไม่เสียการเรียน นอกจากนี้จะมีผู้บริหารจากส่วนกลางลงพื้นที่ไปปรับความเข้าใจกับโรงเรียน โดยสิ่งใดที่ไม่สมควรให้ข่าวหรือสิ่งใดที่ชี้แจงไปแล้วจะไปส่งผลกระทบกับตัวนักเรียนต้องห้ามดำเนินการอย่างเด็ดขาด ซึ่งโรงเรียนต้องหยุดชี้แจงได้แล้ว เพราะเราเป็นบุคลากรทางการศึกษาจะต้องให้ความสำคัญกับนักเรียนกับตัวเอง เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก

“ทีมงานเพจสายไหมต้องรอดได้เข้ามาพบและให้ข้อมูลกับผมถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าว ยังทำหน้าที่เป็น “ครูแดร์” ที่ออกไปทำหน้าที่สอนเรื่องการแพร่ระบาดของยาเสพติดเข้าสู่โรงเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ซึ่งข้อมูลเชิงลึกจากเพจสายไหมต้องรอดพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนายนี้ มักจะไปขอเบอร์ติดต่อหรือไลน์ เพื่อพูดคุยเชิงชู้สาวกับนักเรียน ดังนั้นจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีข้อเท็จจริงอย่างไร หรือพบนักเรียนคนไหนตกเป็นเหยื่อจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนี้อีกหรือมี ซึ่งเราจะร่วมตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด” นายสุรศักดิ์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ในส่วนของบุคลากรในโรงเรียนที่ไปชี้แจงให้ข้อมูลสร้างผลกระทบต่อเด็กนั้น ศธ.จะตรวจสอบว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือจงใจทำให้เด็กได้รับความเสื่อมเสีย เพราะไม่เช่นนั้นบุคลากรในโรงเรียนจะต้องถูกลงโทษด้วย