ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 10 มิ.ย. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือบอร์ด กกพ. ได้ประชุมบอร์ด หนึ่งในวาระการพิจารณาสำคัญ คือ ผลการเปิดรับฟังความเห็นข้อเสนอการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า 4 กรณี หลังจากได้เปิดรับฟังความเห็นไปแล้ว ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.-5 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th ซึ่งที่ผ่านมา กกพ. คาดว่า ค่าไฟฐานใหม่ ซึ่งยังไม่รวมค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่ม จะเริ่มมีผลบังคับใช้ รอบบิลเดือน ก.ค. นี้
ภายใต้กรอบนโยบายของภาครัฐ และตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 หลังจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติให้สำนักงาน กกพ. ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินการร่วมกัน
การ ปรับสูตรค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า จะเป็นค่าไฟฐาน ที่ใช้ไปอีกอย่างต่ำ 4 ปี โดยค่าไฟฐานใหม่นี้ ยังไม่รวมค่าไฟฟ้าผันแปร หรือที่เรียกกันว่า “ค่าเอฟที” ที่มีการคำนวณปรับทุกๆ 4 เดือน ภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% และค่าบริการรายเดือน
เป้าหมายครั้งนี้ของรัฐบาล เพื่อช่วยบรรเทาลดรายจ่ายให้กับกลุ่มผู้ใช้รายย่อย และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยโครงสร้างการคำนวณค่าไฟใหม่ ยังเป็นแบบขั้นบันไดเช่นเดิม แต่จะมีการปรับตัวเลขในแต่ละช่วงให้แตกต่างจากเดิม โดยผู้ใช้ไฟน้อย
ยกตัวอย่าง กลุ่มที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย จะได้รับอัตราที่ต่ำกว่า ขณะที่ผู้ใช้ไฟในปริมาณสูง เช่น ใช้เกิน 400 หน่วยขึ้นไปมากๆ จะถูกคิดในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้ไฟปรับพฤติกรรม หันมาใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดมากขึ้น
โดยนโยบายนี้ไม่ได้อ้างอิงจากรายได้ของประชาชนโดยตรง แต่พิจารณาจากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งผู้ที่ใช้ไฟน้อยจะได้รับประโยชน์ ขณะที่ผู้ใช้ไฟมาก ควรปรับตัวลดการใช้ลง โดยการปรับครั้งนี้ เป็นไปตามรอบการทบทวนโครงสร้างค่าไฟที่โดยปกติจะเกิดขึ้นประมาณทุก 4 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 4 พอดีที่ต้องปรับรอบ
สำหรับข้อเสนอที่นำมารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจัดทำกรณีศึกษา จำนวน 4 กรณี โดยทุกกรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามมติ กพช. ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive rate) ในส่วนของค่าพลังงานไฟฟ้า
ทั้ง 4 กรณีศึกษา กำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า (Block) โดยกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน ขณะที่กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 200 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน




