เมื่อวันที่ 2 ก.พ. กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า พิพิธภัณฑ์สิรินธร สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 กรมทรัพยากรธรณี ได้รับแจ้งข้อมูลการพบสิ่งอันมีเหตุควรเชื่อได้ว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์จาก นายเชาวลิต บุญชาย ประชาชนในพื้นที่ จึงได้ลงพื้นที่ทำการสำรวจตรวจสอบ ณ บริเวณฝายน้ำล้น ของลำน้ำพอง บ้านโนนพยอม ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้จากการตรวจสอบ พบซากดึกดำบรรพ์ชิ้นส่วนของกระดูกสันหลังของไดโนเสาร์กินพืชซอโรพอด เศษกระดูกซี่โครงไม่สามารถระบุชนิด และฟันของไดโนเสาร์กินปลาสไปโนซอริด และรอยชอนไช (burrow) อยู่ในชั้นหินทรายเนื้อละเอียดสีน้ำตาลแดง ของหมวดหินโคกกรวด (Khok Kruat Formation) กลุ่มหินโคราชอายุประมาณ 110-100 ล้านปีมาแล้ว ทั้งนี้ได้ให้นายเชาวลิต บุญชาย ผู้ค้นพบ แจ้งพบซากดึกดำบรรพ์ ต่อนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลม่วงหวาน เจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยตำแหน่ง เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551

เนื่องจากซากดึกดำบรรพ์ที่พบโผล่ให้เห็นภายหลังระดับน้ำลดลง และมีความเสี่ยงในการถูกทำลายเมื่อระดับน้ำสูงขึ้น เจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑ์สิรินธร จึงเก็บตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์มาอนุรักษ์เบื้องต้น ณ พิพิธภัณฑ์สิรินธร จ.กาฬสินธุ์ และเทศบาลตำบลม่วงหวานได้นำหินซึ่งมีตัวอย่างกระดูกซี่โครงและรอยชอนไช มาเก็บรักษาและจัดแสดงเพื่อให้ความรู้ ณ ที่ทำการเทศบาลตำบลม่วงหวาน ซึ่งได้รับความร่วมมือในการคุ้มครองและดูแลซาก และแหล่งดึกดำบรรพ์เป็นอย่างดี

น.ส.ศศอร ขันสุภา นักวิชาการทรัพยากรธรณีชำนาญการพิเศษ พิพิธภัณฑ์สิรินธร กรมทรัพยากรธรณี กล่าวถึงแนวทางการอนุรักษ์พื้นที่ พบว่า แหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่พบนี้ พบซากดึกดำบรรพ์ซึ่งช่วยเพิ่มเติมหลักฐานและข้อมูลการกระจายตัวของซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ในประเทศไทยได้ อีกทั้งสภาพโดยทั่วไปในบริเวณนี้ภายหลังจากระดับน้ำลดลง ชั้นหินทรายที่วางตัวชั้นบนสุดพบปรากฏลักษณะชั้นเฉียงระดับ (cross-bedding) และชั้นหินบาง (lamination) แสดงถึงลักษณะทิศทางการไหลของทางน้ำบรรพกาลที่มีลักษณะสวยงาม นอกจากนี้ยังพบการเกิดกุมภลักษณ์ (pothole) บริเวณผิวหน้าชั้นหินหลายจุด สามารถพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นจุดศึกษาเรียนรู้ธรณีวิทยาขนาดเล็ก (small geosite) ในระดับท้องถิ่น เฉพาะช่วงเวลาภายหลังระดับน้ำลดลงได้ ทั้งนี้ จะได้มีการร่วมลงพื้นที่ระหว่างกรมทรัพยากรธรณีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสำรวจเพิ่มเติมโดยละเอียดในโอกาสต่อไป

น.ส.ศศอร กล่าวต่อว่า การค้นพบซากดึกดําบรรพ์ที่สําคัญในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซากดึกดําบรรพ์เหล่านั้นล้วนมีความสําคัญต่อการศึกษาประวัติความเป็นมาของโลกและสิ่งมีชีวิตบนผืนโลก ถือเป็นสมบัติของแผ่นดินที่ควรอนุรักษ์ไว้  พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ พ.ศ. 2551 จึงกําหนดให้ผู้พบสิ่งอันมีเหตุควรเชื่อได้ว่าเป็นซากดึกดําบรรพ์ ต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่พบนั้นทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่พบ และเมื่อกรมทรัพยากรธรณีได้รับแจ้งจากหน่วยงานท้องถิ่นก็จะเร่งดำเนินการตรวจสอบสิ่งอันมีเหตุควรเชื่อได้ว่าเป็นซากดึกดําบรรพต่อไป เพื่อให้การบริหารจัดการซากดึกดําบรรพ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถคุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ที่มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของแผ่นดินได้ ตลอดจนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งความรู้และแหล่งท่องเที่ยวให้กับท้องถิ่นได้.