สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี กล่าวว่า อิหร่านไม่เคยเป็นฝ่ายต้องการสงคราม อย่างไรก็ตาม อิหร่านไม่ลังเลที่จะตอบโต้อย่างถึงที่สุดเช่นกัน หากเผชิญกับการรังแกและข่มขู่ ไม่ว่าจากฝ่ายใดก็ตาม
#Iran president: They used to threaten Iran & say ‘military option is on the table’. Now you do not hear these words. You even hear them saying they do not seek war with Iran. We won’t be first to initiate a war, but if anyone engages in bullying, they’ll receive a firm response. pic.twitter.com/98NjFejUG8
— Iran Nuances (@IranNuances) February 2, 2024
ไรซีกล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อสหรัฐกล่าวว่า ต้องการเจรจากับอิหร่าน อีกฝ่ายแสดงท่าทีว่า มาตรการทางทหารคือหนึ่งในทางเลือก แต่ตอนนี้รัฐบาลวอชิงตันกลับกล่าวว่า ไม่ต้องการสงครามกับอิหร่าน
The US has approved strikes against Iranian targets in Iraq and Syria, in response to the killing of three US soldiers in Jordan.
— Middle East Eye (@MiddleEastEye) February 2, 2024
Citing unnamed US officials, CBS said weather and visibility are going to be a major factor in the timing of the strikeshttps://t.co/c6DBUXsYkq
ทั้งนี้ ผู้นำอิหร่านกล่าวต่อไปว่า กองทัพของอิหร่านไม่เคยเป็นภัยคุกคามต่อประเทศใด ในทางกลับกัน หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงทุกแห่งของอิหร่าน คือหลักประกันด้านความมั่นคง ที่ทุกประเทศในภูมิภาคสามารถเชื่อมั่นและไว้วางใจได้
ถ้อยแถลงดังกล่าวของผู้นำอิหร่านเกิดขึ้น หลังสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐ รายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ อนุมัติแผนการโจมตีเป้าหมายอย่างจำเพาะเจาะจง ในอิรักและซีเรีย เป็นเวลาหลายวัน เพื่อตอบโต้การที่ ขบวนการต่อต้านอิสลาม ซึ่งเป็นกองกำลังนักรบชีอะห์ในอิรัก และมีจุดยืนสนับสนุนอิหร่าน ใช้โดรนติดอาวุธโจมตี “ทาวเวอร์ 22” ซึ่งเป็นชื่อของฐานทัพสหรัฐ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจอร์แดน เมื่อปลายเดือน ม.ค. ส่งผลให้ทหารอเมริกันเสียชีวิตอย่างน้อย 3 นาย และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 40 นาย.
เครดิตภาพ : AFP



