เปิดบ้าน “โตโยต้า” EP3 สัมผัสเบื้องหลังความสำเร็จและมาตรฐานระดับโลก ณ โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ ฐานการผลิตรถยนต์ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 5 โรงงานแห่งความยั่งยืนจากโตโยต้าทั่วโลก ด้วยกำลังการผลิตเฉลี่ยสูงถึง 230,000 คันต่อปี และส่งออกไปยังตลาดโลกกว่า 126,014 คัน ภายใต้การดูแลของพนักงานกว่า 3,549 คน ที่มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการผลิตควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
เบื้องหลังศักยภาพการผลิตอันทรงพลังคือหลักการ Toyota Production System (TPS) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีเสาหลักสำคัญคือการผลิตรถยนต์ตรงตามเวลาและปริมาณตามความต้องการของลูกค้า และการรับประกันคุณภาพที่เข้มงวดในทุกขั้นตอน โดยโตโยต้าและผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องปฏิบัติร่วมกันอย่างไม่มีข้อยกเว้น ผ่านระบบตรวจสอบคุณภาพอัตโนมัติ POKAYOKE ที่ครอบคลุมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่โรงปั๊มชิ้นส่วนที่ทำความเร็วได้สูงสุด 2,380 ชิ้นต่อชั่วโมง ไปจนถึงโรงเชื่อมตัวถัง โรงพ่นสี โรงฉีดขึ้นรูป โรงประกอบรถยนต์
ในปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ยังรองรับการผลิตทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ทั้ง กระบะไฮลักซ์ รถอเนกประสงค์ ฟอร์จูนเนอร์ และแลนด์ครุยเซอร์ เอฟเจ และรถกระบะไฟฟ้าอย่าง ไฮลักซ์ ทราโว่ –อี อีกด้วย ทั้งยังนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลอย่าง อี-คัมบัง (E-Kanban) เข้ามาบริหารจัดการสินค้าคงคลังและระบบขนส่งแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
โรงงานบ้านโพธิ์ได้นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้อย่างโดดเด่น ทั้งเทคโนโลยีการพ่นสีแบบใช้น้ำเป็นตัวทำละลายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เตาเผาอุณหภูมิสูงเพื่อลดสารระเหยที่เป็นมลพิษทางอากาศ รวมถึงการออกแบบโรงงานให้มีหลังคาโปร่งแสงเพื่อใช้พลังงานธรรมชาติแทนการใช้ไฟฟ้า
โครงการโซล่าฟาร์มขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 271,000 ตารางเมตร ที่ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์กว่า 4 หมื่นแผง มีกำลังผลิตรวม 24.12 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 34,498 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี หรือเทียบเท่ากับการใช้ไฟของบ้านเรือนถึง 8,000 หลังคาเรือน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 18,000 ตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ถึง 2.28 ล้านต้น
นอกจากนี้ โตโยต้ายังได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้หลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” บนพื้นที่ชุ่มน้ำขนาด 63 ไร่ เพื่อเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรม ชุมชน และธรรมชาติ ผ่าน 6 สถานีการเรียนรู้ ได้แก่ อีโคพาวิลเลี่ยน, โรงงานแห่งความยั่งยืน, ไบโอโทป ยึดหลัก 3R, การฟื้นฟูระบบนิเวศโดยใช้หิ่งห้อยและนกกระจาบทองเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์, ป่านิเวศตามหลักมิยาวากิ และอาคารชีวพนาเวศ ซึ่งเป็นอาคารสีเขียวระดับแพลตินัม
“สมคิด ประดิษฐ์กำจรชัย” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงความมุ่งมั่นในครั้งนี้ว่า การเปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนเพื่อเข้าเยี่ยมชมกระบวนการทำงานสะท้อนถึงความตั้งใจของโตโยต้าในการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับมาตรฐานการผลิตที่โปร่งใสและยั่งยืน โดยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี้ เช่น Hilux ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงมาตรฐานการผลิตระดับสากลได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ทางบริษัทมีความภาคภูมิใจที่ได้เติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย และมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน





















