สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ว่า นายเวดันต์ พาเทล รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐ ต่อเป้าหมายหลายสิบแห่งในอิรักและซีเรีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ทหารอเมริกัน 3 นาย เสียชีวิตจากเหตุโดรนโจมตีฐานทัพ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจอร์แดน เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่ารัฐบาลวอชิงตันแจ้งให้รัฐบาลแบกแดดทราบ “ทันทีหลังปฏิบัติการ”


อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น นายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า สหรัฐแจ้งให้อิรักทราบล่วงหน้า ซึ่งต่อมารัฐบาลแบกแดดออกมาปฏิเสธ และประณามรัฐบาลวอชิงตันอย่างหนักว่า ละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ซึ่งต่อมาเคอร์บีย์ออกมาชี้แจงว่า “ให้ข้อมูลตามที่ได้รับมาในเบื้องต้น ณ เวลานั้น”


ขณะที่นายนาสเซอร์ คานานี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานมีความพร้อมระดับสูงสุด ตลอดเวลา ที่จะตอบโต้ทุกการโจมตีบนแผ่นดินอิหร่าน เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า อิหร่านไม่เคยมีเป้าหมาย หรือเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวเพื่อยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาค หลังนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวว่า หากอิหร่านเป็นฝ่ายเลือกที่จะเปิดฉากโจมตีสหรัฐโดยตรง สหรัฐไม่ลังเลที่จะโต้กลับอย่างทันท่วงทีเช่นกัน


ทั้งนี้ ซัลลิแวนกล่าวถึงปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพสหรัฐ ที่โจมตีเป้าหมายในอิรักและซีเรีย ว่า “เป้าหมายที่ถูกโจมตีเป็นเป้าหมายโดยชอบธรรม” และ “จะมีการดำเนินการมากกว่านี้” เพราะปฏิบัติการที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น “แค่เริ่มต้น” อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลวอชิงตันปฏิเสธกล่าวว่า มีพลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐหรือไม่.

เครดิตภาพ : AFP