Krungthai COMPASS ประเมินว่าการติดลบต่อเนื่องของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปสู่ระดับ -1.11% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2564 ดังกล่าว ยังไม่ถือเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยเผชิญภาวะเงินฝืด การติดลบต่อเนื่องของตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป มีสาเหตุหลักมาจากมาตรการภาครัฐเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพด้านพลังงานทั้งค่ากระแสไฟฟ้าและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการตรึงราคาค่ากระแสไฟฟ้าไว้ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วยแก่ครัวเรือนที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 หน่วยต่อเดือน

นอกจากนี้มาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ประกอบกับราคาอาหารสดโดยเฉพาะผักและเนื้อสุกรซึ่งหดตัวตามปริมาณผลผลิตที่ออกมาเพิ่มขึ้น ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (สัดส่วน 67% ของตะกร้าเงินเฟ้อ) ยังคงเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่ามีสินค้าหลายหมวดที่ราคาคงอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้หากเปรียบเทียบเดือนต่อเดือนแล้ว อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.02% เทียบกับเดือนก่อนหน้า อีกทั้งกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน มองไปข้างหน้า ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจกดดันให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัญหาวิกฤติทะเลแดงที่ส่งผลให้ค่าระวางเรือเพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่ภาวะอุปทานชะงักงันที่จะกระทบต่อต้นทุนการผลิตเป็นวงกว้าง

ด้วยปัจจัยดังกล่าวข้างต้น Krungthai COMPASS คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.5% ต่อปีไว้ ในการประชุมวันที่ 7 ก.พ. 2567 นี้