สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงกีโต ประเทศเอกวาดอร์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ว่า ผู้พิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญเอกวาดอร์ 7 คน จากทั้งหมด 9 คน ลงมติเห็นชอบ กำหนดให้บุคลากรแพทย์สามารถทำการุณยฆาตกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาได้ โดยถือว่าไม่มีความผิด และถูกจำคุก เพื่อรักษาสิทธิในการมีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีของผู้ป่วย
คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นหลังนางเปาลา โรลดัน ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ เอแอลเอส ยื่นคำร้องเรียนเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเธอโต้แย้งมาตราหนึ่ง ในประมวลกฎหมายอาญาของเอกวาดอร์ ที่ระบุว่า การุณยฆาตถือเป็นการฆาตกรรม และมีโทษจำคุก 10-13 ปี
“ฉันต้องการจากไปอย่างสงบ เพราะฉันรู้สึกเจ็บปวด โดดเดี่ยว และทารุณ” โรลดัน ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง กล่าวในการพิจารณาคดีผ่านวิดีโอลิงก์ เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา “นี่ไม่ใช่การต่อสู้จนตาย ฉันรู้ว่าฉันกำลังจะตาย มันคือการต่อสู้เพื่อขอรับวิธีที่ทำให้ตาย”
Ecuador's high court decriminalizes euthanasia, following a lawsuit by a terminally ill patient https://t.co/7LAr3SkCEJ pic.twitter.com/zcN8MNVkSL
— WJTV 12 News (@WJTV) February 8, 2024
อนึ่ง เอกวาดอร์เป็นประเทศที่สองในภูมิภาคลาตินอเมริกา ที่กำหนดให้การุณยฆาต เป็นกระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย ตามรอยโคลอมเบีย ซึ่งดำเนินการไปแล้วเมื่อปี 2540 ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติในอุรุกวัย และชิลี กำลังถกเถียงในประเด็นดังกล่าวอยู่ และเม็กซิโก มีสิ่งที่เรียกว่า “กฎหมายการตายที่ดี” ซึ่งอนุญาตให้ผู้ป่วย หรือครอบครัวของพวกเขา เลือกที่จะไม่รับการช่วยชีวิตได้
ทั้งนี้ ศาลเอกวาดอร์ มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขร่างข้อบังคับ สำหรับการุณยฆาต ภายใน 2 เดือน ส่วนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องร่างกฎหมายเกี่ยวกับการุณยฆาต ภายใน 6 เดือน เพื่อให้สภาคองเกรสเอกวาดอร์ รับรองกฎหมายภายใน 1 ปี แต่นายฟาริธ ไซมอน ทนายความของโรลดัน ยืนกรานในโพสต์บนแพลตฟอร์ม เอ็กซ์ ว่า คำตัดสินดังกล่าว สามารถบังคับใช้ได้ทันที.
เครดิตภาพ : AFP



