นายอัจฉริยะ วัฒนาพร แกนนำกลุ่มภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ ตัวแทนเกษตรกรชาวไร่ยาสูบกว่า 30,000 ครอบครัวจาก 18 จังหวัดทั่วประเทศทั้ง 3 สายพันธุ์ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกและสมาชิก 180 ประเทศกำลังอยู่ระหว่างหารือและพิจารณาแนวทางการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ  ที่ประเทศปานามา ซึ่งรวมถึงยาสูบรูปแบบใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งอาจมีความอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนเพราะไม่มีการเผาไหม้ เราอยากให้องค์การอนามัยโลกและตัวแทนประเทศต่างๆ รวมถึงคณะผู้แทนไทยคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวไร่ยาสูบจำนวนมากในประเทศ ซึ่งประกอบอาชีพนี้มาอย่างยาวนาน และเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ ก่อนจะเสนอหรือสนับสนุนมาตรการสุดโต่งใดๆ เพราะหลายๆ มาตรการควบคุมยาสูบที่บังคับใช้ในประเทศไทยในปัจจุบัน ก็มักจะอ้างว่ารับมาจากการประชุมกรอบอนุสัญญาฯ นี้ ซึ่งอยากให้คำนึงถึงสภาพความเป็นจริงในประเทศของเราด้วย

หนึ่งในเรื่องสำคัญที่จะมีการพิจารณาในการประชุม COP10 คือแนวทางการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบใช้ความร้อน (Heated Tobacco Products – HTP) ถุงนิโคตินสำหรับใช้ในช่องปาก และผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่อื่นๆ และพิจารณากันว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ อันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนหรือไม่ รวมถึงมาตรการสุดโต่งอีกหลายด้าน

มีการรายงานข่าวว่า ชาวไร่ยาสูบในปานามาจำนวนมาก ก็ออกมาประท้วงการจัดประชุมกรอบอนุสัญญาฯ COP10 นี้ ว่ากีดกันการมีส่วนร่วมและการแสดงความคิดเห็น และประเทศปานามาเองก็แบนบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ไม่ต่างจากไทย ดังนั้นองค์การอนามัยโลกและรัฐบาลควรหันมาให้ความสนใจว่า ชาวไร่ยาสูบจะได้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจจากผลิตภัณฑ์ยาสูบใหม่ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร เพราะผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบใช้ความร้อนก็ยังคงใช้ใบยาสูบอยู่ ที่สำคัญควรใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวช่วยในการกำหนดนโยบาย มากกว่าการใช้อคติ เพราะเราคงฝืนวิวัฒนาการของโลกไม่ได้ ซึ่งไม่ต่างกับกระแสความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าในขณะนี้