สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า ผลอย่างเป็นทางการของการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟินแลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า นายอเล็กซานเดอร์ สตับบ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนราว 1.57 ล้านคะแนน คิดเป็น 51.62% ชนะนายเปกกา ฮาวิสโต อดีต รมว.การต่างประเทศ ซึ่งได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนราว 1.47 ล้านคะแนน คิดเป็น 48.38%
ทั้งนี้ สตับบ์ วัย 55 ปี เตรียมรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของฟินแลนด์ ซึ่งจะเป็นคนที่ 13 ต่อจากนายเซาลี นินิสโต ซึ่งอยู่ในตำแหน่งครบสองสมัย หรือ 12 ปี ในวันที่ 1 มี.ค. ที่จะถึง
JUST IN: Former PM Alexander Stubb wins Finland's presidential election after rival Pekka Haavisto concedes.https://t.co/sYeuJoakBI pic.twitter.com/EWMcciPf17
— DW News (@dwnews) February 11, 2024
แม้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของฟินแลนด์จะเกี่ยวข้องกับงานด้านพิธีการเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากอำนาจบริหารแทบทั้งหมดอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรี คือนายเพตเตรี ออร์โป วัย 54 ปี อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภูมิทัศน์การเมืองในยุโรปที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 ประธานาธิบดีฟินแลนด์จึงเข้ามามีบทบาทร่วม ในการขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศมากขึ้น และประธานาธิบดีฟินแลนด์อยู่ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยตำแหน่งด้วย
อนึ่ง ฟินแลนด์มีพรมแดนติดกับรัสเซียเป็นระยะทางยาวประมาณ 1,340 กิโลเมตร สงครามในยูเครนส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดมากขึ้น ทั้งในด้านความมั่นคง ซึ่งในที่สุดฟินแลนด์เข้าเป็นสมาชิกล่าสุด ลำดับที่ 31 ของนาโต เมื่อเดือน เม.ย. 2566 และการจัดการผู้อพยพ ที่ฟินแลนด์ยังคงปิดพรมแดนทางตะวันออก ซึ่งติดกับรัสเซีย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



