สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปากีสถาน ที่ยังคงตึงเครียดแม้ผ่านพ้นการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. แล้ว ว่า “เสรีภาพในการชุมนุม” เป็นเรื่องซึ่งสมควรได้รับการยอมรับในระดับสากล
ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในปากีสถาน เร่งตรวจสอบข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง เนื่องจากการเลือกตั้งควรเป็นการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งประชาชนสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระ
อย่างไรก็ตาม มิลเลอร์ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลวอชิงตันมีความเคารพต่อกระบวนการประชาธิปไตยของปากีสถาน และมีความพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลปากีสถานชุดใหม่
Police in Lahore break up a protest by Imran Khan supporters against alleged vote rigging in Pakistan's elections.@SecKermani was there ⬇️
— Channel 4 News (@Channel4News) February 11, 2024
Khan's opponents insist the election was free and fair, but his party has faced a harsh crackdown leading up to the vote. pic.twitter.com/oNwzuM2a2j
ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งปากีสถานประกาศผลอย่างเป็นทางการ ของการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ ปรากฏว่า ผู้สมัครอิสระที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคเตห์รีค-อี-อินซาฟ (พีทีไอ) ของนายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกแบนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด 101 ที่นั่ง
ตามด้วยพรรคสันนิบาตมุสลิมปากีสถาน-นาวาซ (พีเอ็มแอล-เอ็น) ของอดีตนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ ได้รับการเลือกตั้ง 75 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาชนปากีสถาน (พีพีพี) ของนายพิลาวัล บุตโต บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีเบนาซีร์ บุตโต ได้รับเลือกตั้งเข้ามา 54 ที่นั่ง ส่วนที่เหลือเป็นของพรรคการเมืองขนาดกลาง พรรคขนาดเล็ก และผู้สมัครอิสระคนอื่น
การที่ไม่มีพรรคใดสามารถครองเสียงข้างมากพรรคเดียว คืออย่างน้อย 169 ที่นั่ง จากทั้งหมด 336 ที่นั่ง หมายความว่า การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ต้องเป็นรัฐบาลผสม โดยตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน ว่าใครจะมีโอกาสได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับสถานการณ์การเมืองในปากีสถาน ที่กำลังเผชิญกับภาวะเปราะบางอย่างหนัก
ด้านมวลชนฝ่ายสนับสนุนพรรคพีทีไอ จัดการชุมนุมตามเมืองใหญ่หลายแห่ง เพื่อประท้วงการนับและเผยแพร่ผลคะแนนที่ล่าช้ากว่ากำหนด จนมีการปะทะอย่างดุเดือดกับตำรวจ
อนึ่ง กองทัพปากีสถานเผยแพร่แถลงการณ์ของ พล.อ.ไซเอ็ด อาซิม มูเนียร์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมปากีสถาน เตือนทุกฝ่ายว่า ปากีสถานต้องการ “ความมั่นคง” ซึ่งจะสามารถนำพาบ้านเมืองให้หลุดพ้นจาก “อนาธิปไตยและการแบ่งแยก”
กองทัพปากีสถานมีอิทธิพลอย่างมาก ต่อภูมิทัศน์การเมืองของประเทศ ซึ่งเคยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารหลายชุด เป็นระยะเวลานานรวมเกือบครึ่งหนึ่งของประวัติศาสตร์ประเทศ นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอินเดีย เมื่อปี 2490.
เครดิตภาพ : AFP






