ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จะดำเนินงานตามแนวคิด “ชี้ทิศ คิดร่วมกัน ก้าวทันโลก” ขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้พัฒนาขึ้นอย่างรอบด้านและเท่าทันโลก โดยจะทำอย่างไรให้เด็กไทยเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ได้ โลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน รูปแบบการศึกษาเปลี่ยน เราจะต้องพลิกโฉมเพื่อเตรียมกำลังคนเข้าสู่โลกของอาชีพและการทำงาน ซึ่ง สกศ. ต้องรับมือและเป็นเข็มทิศชี้ทางการศึกษาไทยให้พัฒนาขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง โดยภารกิจสำคัญเพื่อยกระดับการศึกษาไทย โดยดำนินงานตามแนวคิด “ชี้ทิศ คิดร่วมกัน ก้าวทันโลก” คือ ชี้ทิศ : พัฒนาการศึกษาไทยสู่เป้าหมายหนทางที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุม 1.ยกระดับคุณภาพการศึกษาพัฒนาเด็กปฐมวัย สกศ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติได้ร่วมจัดทำนโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” เพื่อส่งเสริมเด็กปฐมวัยในภาวะวิกฤติ และพร้อมผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ 2.ระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มกลางธนาคารหน่วยกิต (Credit bank) ถือเป็นนโยบายที่จะเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนและประชาชนสามารถนำผลการเรียนที่ได้เรียนรู้ รวมถึงประสบการณ์และทักษะที่ได้ฝึกฝน มาใช้เทียบโอนได้ตลอดช่วงชีวิตผ่านระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งตอนนี้เรากำลังเร่งออกแบบระบบดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.อรรถพล กล่าวต่อไปว่า คิดร่วมกัน : ร่วมขับเคลื่อนอนาคตการศึกษาไปด้วยกันไปได้ไกล 1.การขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติและผลักดันให้ประกาศใช้มาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการเตรียมจัดการทำแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ นอกจากนี้เรายังส่งเสริมการจัดทำแผนการศึกษาจังหวัดด้วย เพื่อความร่วมมือสู่การบูรณาการด้านการศึกษาในระดับจังหวัด 2.การขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติ เราได้จัดทำมาตรฐานการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และส่งเสริมหลักสูตรความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) หวังพัฒนาสมรรถนะคนไทยให้เป็นผู้เรียนรู้ ผู้ร่วมสร้างนวัตกรรม และพลเมืองที่เข้มแข็ง 3.กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ NQF เราได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) โดยให้ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ 4.พัฒนาประเทศโดยใช้ Soft Power การศึกษา จะจัดเสวนา “การขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” เพื่อรับฟังแนวคิดต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาไทย

ดร.อรรถพล กล่าวอีกว่า ก้าวทันโลก : วางอนาคตการศึกษาไทยให้ยั่งยืนบนโลกที่เปลี่ยนแปลง 1.การรายงานสภาวะการศึกษาไทยรายไตรมาส จากเดิมที่เราจะทำรายงานสภาวะการศึกษาไทยปีละ 1 ครั้ง เราจะทำให้มากเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองและเท่าทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแห่งยุคสมัย 2.การส่งเสริมการจัดทำฉากทัศน์การศึกษาไทยระดับภูมิภาค เราจะขยายผลการจัดทำฉากทัศน์ไปสู่ระดับพื้นที่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการศึกษาให้สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ทุกรูปแบบ 3.การรับรู้และรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ปัจจุบันมีปัญญาประดิษฐ์ และนวัตกรรมมากมายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คน เราตระหนักและเห็นความสำคัญที่จะนำเทคโนโลยีมาบูรณาการร่วมกับการจัดการศึกษาเพื่อประสิทธิภาพที่มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เราจะปลูกคุณธรรมควบคู่ไปกับเทคโนโลยี