สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ว่า กระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลาออกแถลงการณ์ ยุติการดำเนินงานทั้งหมดของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) และประกาศว่า บุคลากรชาวต่างชาติทุกคนของหน่วยงานแห่งนี้ “เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา” โดยต้องเดินทางออกจากเวเนซุเอลา ภายใน 72 ชั่วโมง นับตั้งแต่มีการเผยแพร่คำสั่ง เมื่อวันพฤหัสบดี
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะมีผล จนกว่าโอเอชซีเอชอาร์จะสามารถแก้ไขทัศนคติ “ที่ยังคงเป็นยุคอาณานิคม” ซึ่งละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ และ “การยุติแสดงบทบาทเป็นบริษัทกฎหมายให้กับผู้ก่อการร้าย และผู้ก่อรัฐประหาร” อย่างไรก็ตาม เวเนซุเอลาจะยังคงร่วมมืออย่างเต็มที่ กับสำนักงานใหญ่ของโอเอชซีเอชอาร์ ที่เมืองเจนีวา ในสวิตเซอร์แลนด์
#Venezuela | Foreign Affairs Minister Yvan Gil announced that Venezuela decided to suspend the activities of the Technical Advisory Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights (OHCHR) in Caracas.https://t.co/2MNxG03w8i
— teleSUR English (@telesurenglish) February 15, 2024
ขณะที่สำนักงานใหญ่โอเอชซีเอชอาร์ ซึ่งเปิดสำนักงานในเวเนซุเอลา เมื่อปี 2562 ออกแถลงการณ์ “ผิดหวัง” ต่อการตัดสินใจของรัฐบาลการากัส และระบุว่า “กำลังพิจารณาดำเนินการขั้นต่อไป”
อนึ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ตำรวจเวเนซุเอลาจับกุม นางโรซิโอ ซาน มิเกล หนึ่งในนักเคลื่อนไหวชื่อดัง วัย 57 ปี ด้วยข้อหา “ก่อการร้าย” และ “เป็นกบฏ” จากการวางแผนเตรียมลอบสังหารประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร โดยได้รับความสนับสนุนจากสหรัฐ ซึ่งต่อมา โอเอชซีเอชอาร์ออกมาแสดงความวิตกกังวลต่อเรื่องนี้.
เครดิตภาพ : AFP



