ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ระหว่าง 4-6 พ.ค. 69 ระวังพายุฤดูร้อนทั่วไทยให้เสี่ยงเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงมากขึ้น มวลอากาศเย็นปะทะอากาศร้อน และระหว่าง 15-17 พ.ค. 69 ประเทศไทยเริ่ม เตรียมเข้าสู่ฤดูฝน เริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกโดยเฉพาะการทำนาปี หรือนาน้ำฝน แต่หากพิจารณาตามสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงใกล้เริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี จากข้อมูลบนแพลตฟอร์ม “Crops Drought” (https://cropsdrought.gistda.or.th/) ที่พัฒนาโดย GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เพื่อติดตามการใช้น้ำของพืชและประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งด้วยข้อมูลดาวเทียมและภูมิสารสนเทศ

ระบุว่าช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 ปริมาณน้ำในเขื่อนของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทุกแห่งเริ่มอยู่ในระดับน่าเป็นห่วง มีปริมาณน้ำต่ำกว่า 50% ของความจุอ่าง (ยกเว้นเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี และเขื่อนน้ำพุง จังหวัดสกลนคร) ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำคงเหลืออยู่ที่ระดับน้ำน้อยประมาณ 47% ของความจุอ่างรวมทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณน้ำเหลือเพียง 33% ของความจุอ่าง (ข้อมูล ณ วันที่ 20 เมษายน 2569)
นอกจากนี้ข้อมูลการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งล่วงหน้า 6 เดือนยังชี้ให้เห็นว่า ช่วงเดือนพฤษภาคม หลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มได้รับความเสียหายจากภัยแล้งระดับน้อยถึงปานกลาง ตรงกับช่วงเริ่มต้นการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวของเกษตรกร
นอกจากสถานการณ์ปริมาณน้ำคงเหลือในเขื่อนแล้ว สถานการณ์ฝนก็ยังเป็นที่น่ากังวล โดยรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ช่วงกลางปี 2569 นี้ (มิถุนายน – สิงหาคม) มีโอกาสมากกว่า 60% ที่สภาพอากาศจะเปลี่ยนจากสภาวะปกติเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ ซึ่งอาจมีระยะเวลาต่อเนื่องหลายเดือนและแนวโน้มรุนแรงขึ้นในระดับปานกลางถึงค่อนข้างรุนแรงในช่วงปลายฤดูฝน (กันยายน – ตุลาคม) จากสภาวะดังกล่าว ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและฝนลดลง คาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะน้อยลงกว่าปี 2568 นำไปสู่ภาวะฝนทิ้งช่วง เกิดภัยแล้งรุนแรงกว่าเดิม อาจกระทบกับปริมาณน้ำสะสมในเขื่อนปี 2570 และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำสำหรับการทำนาข้าวอย่างฉับพลันในบางพื้นที่.
สภาพอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่งผลให้คาดการณ์ผลผลิตได้ยากขึ้น การทำเกษตรแบบเดิมและรอคอยฝนอย่างเดียวอาจไม่พอ

สำหรับเกษตรกรมีวิธีรับมือกับสถานการณ์นี้ ปัจจุบันจึงมีการนำข้อมูลจากดาวเทียมมาประยุกต์ร่วมกับภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของเกษตรกร โดย GISTDA ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “Dragonfly” หรือ “แอปแมลงปอ” เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีเชิงพื้นที่ สำหรับยกระดับการวางแผนและจัดการ ตั้งแต่เริ่มปลูกกระทั่งขายผลผลิต ด้วยเครื่องมือที่หลากหลายฟังก์ชันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มฟีเจอร์ที่ 1 รู้ทันสภาพอากาศ ราคาซื้อขาย และคาดการณ์ผลผลิต เพื่อวางแผนการเกษตรด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์
ข้อมูลสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วยติดตามแบบรายชั่วโมงและล่วงหน้าได้ 7 วัน ครอบคลุมข้อมูลอุณหภูมิ ปริมาณฝน ความชื้นสัมพัทธ์ ทิศทางลม และการเคลื่อนที่ของกลุ่มเมฆ พร้อมแจ้งเตือนสภาวะวิกฤตสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้แก่ ก่อนปลูก ก่อนใส่ปุ๋ย และก่อนเก็บเกี่ยว
1. ราคาซื้อขายผลผลิตจากผู้ควบคุมราคาสินค้าอย่างกระทรวงพาณิชย์ สำหรับวางแผนการตลาดและรายได้
2. ข้อมูลภัยพิบัติจากดาวเทียม (น้ำท่วม น้ำแล้ง และจุดความร้อน) รู้ทันภัยพิบัติในแปลงและรัศมีโดยรอบ 5 กิโลเมตร
3.ความชื้นผิวดินและความต้องการน้ำของพืชรายแปลงจากดาวเทียม เพิ่มศักยภาพการจัดการน้ำ โดยไม่ต้องติดอุปกรณ์เซนเซอร์ภาคพื้นดิน
4. การคาดการณ์ผลผลิตของข้าวและอ้อย รู้แนวโน้มก่อนเก็บเกี่ยวว่า ผลผลิตเพิ่ม ลด หรือปกติ ช่วยตัดสินใจเพิ่มการดูแล ปรับปุ๋ย น้ำหรือไม่
.
กลุ่มฟีเจอร์ที่ 2 รู้แปลง รู้พืช สู่เป้าหมายลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต
1.วาดแปลงด้วยการระบุพิกัด สร้างตัวตนทางดิจิทัลสำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน (Farmbook) เชื่อมต่อกับทะเบียนจากกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
2.ติดตามสุขภาพพืชรายสัปดาห์ รู้ปัญหา แก้ไขได้ทันทีไม่ต้องเดินทั่วแปลง อัปเดตข้อมูลทุก 5 วัน ด้วยภาพจากดาวเทียมปลอดเมฆและการวิเคราะห์เชิงลึก แสดงแผนที่โซนแถบสีที่บอกสุขภาพของพืช เช่น สีเขียวเข้ม พืชสมบูรณ์เติบโตดี สีเหลืองหรือแดงพืชมีความเครียดไม่สามารถเติบโตตามระยะเวลาที่ควรเป็น
3.แนะนำการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสำหรับผู้ปลูกข้าว เพียงระบุวันใส่ปุ๋ยและผลผลิตที่ต้องการ เพื่อคำนวณปริมาณปุ๋ยที่เหมาะสมต่อความ ต้องการจริงในแต่ละช่วงอายุ ลดต้นทุนปุ๋ยในรอบฤดูกาลเพาะปลูกข้าว
4.ข้อมูลสภาพดินโดยใช้ชุดข้อมูลดินจากกรมพัฒนาที่ดินกับภาพจากดาวเทียม เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิความชื้นให้เกษตรสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพดิน
จากภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบัน แอปแมลงปอ หรือ Dragonfly มีเป้าหมายเพื่อเป็นเข็มทิศและเพื่อนคู่คิดของเกษตรกร โดยผสานศักยภาพของข้อมูลดาวเทียม ภูมิสารสนเทศ และข้อมูลการเกษตรจากหน่วยงานความร่วมมือ เพื่อให้เกษตรกร “รู้ก่อนตัดสินใจ” เปลี่ยนจากแบบคาดเดาสู่ “การเกษตรที่แม่นยำ (Precision Agriculture)”
.สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “Dragonfly” หรือ “แอปแมลงปอ” ได้ทั้ง App Store & Play Store หรือตามลิงค์ App Store: https://apps.apple.com/th/app/dragonfly/id1668939031?l=th
Google Play: https://play.google.com/store/apps/details…
_________



