ในวาระเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครครั้งที่ 12 กำหนดวันเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 4.5 ล้านคน องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมและผู้เชี่ยวชาญ จัดงานแถลงข่าว “Next Station อนาคตกรุงเทพฯ” เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชวนประชาชนร่วมออกแบบอนาคตของกรุงเทพมหานคร ผ่านแนวคิด “กรุงเทพฯ มาได้ไกล…ยังไปได้อีก” พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล มุมมอง และข้อเสนอจากคนเมือง เพื่อชวนคนเมืองร่วมตั้งคำถาม และร่วมกำหนดอนาคตของกรุงเทพมหานครไปพร้อมกัน
**“สถานีต่อไป” ของกรุงเทพฯ

สมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเนื้อหา กล่าวว่า การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครที่กำลังจะเกิดขึ้นถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะกำหนดทิศทางเมืองในอนาคต ไทยพีบีเอสจึงเดินหน้าขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายจากหลากหลายสาขา ทั้งนักออกแบบเมือง นักวิจัย ภาคประชาสังคม และเครือข่ายคนทำงานเมือง เพื่อนำข้อมูลและมุมมองที่หลากหลายมาสื่อสารต่อสาธารณะในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมมองอนาคต ตั้งคำถามต่อความท้าทายของกรุงเทพฯ และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองร่วมกัน ผ่านกิจกรรมและเวทีสาธารณะต่าง ๆ รวมถึงเวทีดีเบตผู้ว่าฯ กทม. 69 “Next Station อนาคตกรุงเทพฯ” เวทีนำเสนอนโยบายและประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2569 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายนนี้
“ไทยพีบีเอสเชื่อว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีพัฒนาการและเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้อีก หากทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตร่วมกัน แคมเปญ Next Station อนาคตกรุงเทพฯ จึงเป็นเหมือน “สถานี” ที่ชวนทุกคนแวะมามองเมืองในมุมใหม่ ตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนความคิด” สมชัย กล่าว
**โจทย์ใหญ่มหานคร

“Next Station อนาคตกรุงเทพฯ” ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่กลางของข้อมูลและบทสนทนาสาธารณะ ที่เชื่อมโยงผู้คน ข้อมูล และประเด็นเมืองเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดทิศทางกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนจะได้ร่วมสำรวจ “โจทย์ใหญ่มหานคร” ผ่านมหากาพย์ซีรีส์สารคดีข่าวชุด “มหาชน – มหาภัย – มหาสมุทร” ที่จะพาไปมองทั้ง “ผู้คน” “ภัยและความเปราะบางของเมือง” และ “ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังถาโถมเข้าสู่กรุงเทพฯ” ผ่านวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติเมือง ความเหลื่อมล้ำ คุณภาพชีวิต และแรงกดทับจากการเปลี่ยนแปลงของเมืองในระดับโครงสร้าง ด้วยข้อมูล การลงพื้นที่ รวมไปถึงการรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้คนหลากหลายกลุ่ม เพื่อชวนสังคมมองเห็นความสัมพันธ์ของปัญหาเมืองในมิติต่าง ๆ พร้อมจับสัญญาณเสียงความหวังผ่านทางแบบสำรวจออนไลน์ และร่วมตั้งคำถามต่ออนาคตของกรุงเทพฯ ไปพร้อมกัน กับ “Bangkok Voice ฟังเสียงมาหาชน คนมาหานคร” ซึ่งสามารถติดตามทั้งหมดนี้ได้ในทุกช่วงข่าวไทยพีบีเอส
**รายงานผลเลือกตั้งแบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ยังเตรียมรายงานผลเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ ระบบรายงานผลการเลือกตั้งที่ต่อยอดความสำเร็จจากการรายงานผลครั้งที่ผ่านมาของไทยพีบีเอส กับเว็บไซต์เฉพาะกิจเกาะติดการเลือกตั้งแบบครบวงจร รายงานผลแบบเรียลไทม์ด้วย ภาพกราฟิกข้อมูล (Data Visualization) ที่เข้าใจง่าย สามารถตรวจสอบคะแนนได้ทั้งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครบทั้ง 50 เขต ทั้งในภาพรวมและรายเขต พร้อมเปิดพื้นที่รับฟังเสียงคนเมืองผ่าน Tracking Poll สำรวจทั้งประเด็นปัญหาและความคิดเห็นของประชาชน รวมถึง AI Chatbot ที่ชวนคนกรุงเทพฯ ร่วมรีวิวเมืองและสะท้อนมุมมองต่ออนาคตกรุงเทพฯ ตลอดจนการรายงานข่าวภาษาอังกฤษผ่าน Thai PBS World ที่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสื่อสารข้อมูลการเลือกตั้งครั้งนี้สู่ผู้ชมต่างชาติทั่วโลก เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และรอบด้าน
สร้างคลังบิ๊กดาต้ารวมข้อมูลรัฐซับซ้อน

นอกจากนี้ ไทยพีบีเอส โดย ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ หรือ The Active ยังได้ร่วมกับ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) และ WeVis สร้างคลังบิ๊กดาต้าครั้งสำคัญภายใต้ชื่อ “BANGKOK ACTIVE with Data” รวบรวมข้อมูลเมืองจากภาครัฐที่ซับซ้อนครั้งใหญ่ มาสะท้อนปัญหาที่แท้จริงของกรุงเทพฯ ทั้งในมิติการจราจร ผังเมือง และความเหลื่อมล้ำ สถิติข้อมูลเชิงลึกย้อนหลัง 20 ปีของ กทม. ข้อมูลทางกายภาพเพื่อโอกาสในการพัฒนาขนส่งสาธารณะ ตลอดจนการเจาะลึกงบประมาณ การเมือง และบทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) แปลงเป็นภาพกราฟิกข้อมูล (Data Visualization) ให้เข้าใจง่าย เพื่อให้คนเมืองมีฐานข้อมูลที่แน่นหนาในการวิเคราะห์เมืองร่วมกัน นำเสนอโดย 3 ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและผังเมืองชั้นนำของไทย ประกอบด้วย อรุชิตา อุตมะโภคิน ผู้จัดการกลุ่มงานด้านนวัตกรรมการสื่อสาร ไทยพีบีเอส, อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ นักภูมิศาสตร์เมือง และ รองผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (Urban Design and Development Center หรือ UddC) และ ธนิสรา เรืองเดช CEO จาก Punch Up และ WeVis ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมและเทคโนโลยีเพื่อพลเมือง
เวที “BANGKOK ACTIVE Networking

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญภายในงาน คือ เวที “BANGKOK ACTIVE Networking” เวทีระดมสมองขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะขนาดย่อม ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากภาคประชาสังคมร่วมกับไอคอนคนรุ่นใหม่ นำโดย ดวงรักษ์ เลิศมั่งมี นักพัฒนาสังคมและผู้ขับเคลื่อนการศึกษา จาก มูลนิธิวายไอวาย (Why I Why Foundation), ขจร เจียรนัยพานิชย์ นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย หรือเป็นรู้จักในนามปากกา @Khajochi, ยศพล บุญสม ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเมือง และผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม we!park พร้อมด้วย จามีกร อำนาจผูก Policy Influencer จากสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ภายในเวที ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานและผู้ชมทางออนไลน์ร่วมสะท้อนความคิดเห็นและเสนอไอเดียพัฒนาเมืองแบบเรียลไทม์ ผ่าน Mentimeter แอปพลิเคชันเชิงปฏิสัมพันธ์ที่ช่วยรวบรวมเสียงของประชาชนเข้าสู่บทสนทนาสาธารณะได้ทันทีระหว่างการเสวนา สะท้อนแนวคิดของ “BANGKOK ACTIVE” ที่ต้องการให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับอนาคตของเมืองได้อย่างสร้างสรรค์และเข้าถึงได้ ดำเนินรายการโดย ณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส ที่ยังชวนไปร่วมต่อยอดความคิด ออกแบบอนาคต สร้างพลังเปลี่ยนเมือง ผ่านหลากหลายกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่ BANGKOK ACTIVE ELECTION 2026 ในวันที่ 19 – 21 มิถุนายนนี้ ณ สวนลุมพินี
** กรุงเทพฯไปได้ไกลกว่านี้

ณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า งาน BANGKOK ACTIVE ELECTION 2026 จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่สะท้อนความเชื่อมั่นว่า กรุงเทพฯ พัฒนามาได้ไกลถึงทุกวันนี้ ส่วนสำคัญเกิดจากพลังของภาคประชาสังคมที่คอยผลักดัน เสนอไอเดีย และส่งต่อจินตนาการใหม่ ๆ มาโดยตลอด ซึ่งหลายนโยบายประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การขยายพื้นที่สีเขียว และสวนสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมืองยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก จากข้อมูลที่ระดมกันมาพบว่า ประชาชนยังมีจินตนาการและข้อเสนอแนะอีกหลากหลายด้าน งานนี้จึงดีไซน์ให้เป็นพื้นที่ทางกายภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้คนมาร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และระดมความคิดเห็น เพื่อค้นหากลไกสนับสนุนนโยบายเมืองที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
“หากนโยบายเมืองมาจากประชาชน เราก็จะรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของ แล้วเราก็จะเฝ้าติดตามมัน เฝ้าดูกัน และมีส่วนในการที่จะขับเคลื่อนมัน รวมถึงใช้ประโยชน์ได้ด้วย”

ณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส กล่าวว่าสำหรับงานในครั้งนี้ ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ “Bangkok Active” เมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งเคยมีการจัดเวทีเสวนา 5 ฟอรั่ม และร่วมกับทีมวิชาการจัดทำ “สมุดปกขาวข้อเสนอนโยบาย” ในรูปแบบ Policy Brief และ Policy Recommendation มาแล้ว โดยงานในรอบนี้จะยกระดับให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งโครงสร้างงานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ พาร์ท Festival ที่เน้นความสนุกสนานเข้าถึงง่าย, พาร์ท ฟอรั่มระดมความคิดเห็น และพาร์ท วิชาการ เพื่อให้ได้เนื้อหาที่เข้มข้นและจับต้องได้
โจทย์ผู้ว่าคนต่อไป “พื้นที่สีเขียว”กลางมหานคร

อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ รองผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) กล่าวว่า แม้ว่านโยบายด้านสิ่งแวดล้อมจะเป็นสิ่งเร่งด่วนที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทุกยุคทุกสมัยต่างให้ความสำคัญและขับเคลื่อนมาโดยตลอด แต่ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่ากรุงเทพฯ ยังไปไม่ถึงเป้าหมายมาตรฐานสากลที่วางไว้ 9 ตารางเมตรต่อคน โดยปัจจุบันทำได้จริงเพียงประมาณ 8.27 ตารางเมตรต่อคนเท่านั้น และหากนำตัวเลขประชากรแฝงเข้ามาคำนวณร่วมด้วย สัดส่วนพื้นที่สีเหลือเพียงแค่ประมาณ 5 ตารางเมตรกว่าๆ ต่อคนเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่า “เขียวน้อย” แต่ยังมีปัญหาเรื่อง “เขียวไกล” ซึ่งสะท้อนถึงการเข้าถึงสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ยากลำบาก ประชาชนต้องตั้งใจและวางแผนล่วงหน้าข้ามวันเพื่อเดินทางไปใช้บริการ

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า ระยะการให้บริการของสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ มีความลักลั่น เดิมทีสถิติปี 2564 ค่าเฉลี่ยการเข้าถึงสวนของคนกรุงอยู่ที่ “สวน 60 นาที” การประกาศนโยบาย “สวน 15 นาที” จึงถือเป็นตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจนในการยกระดับคุณภาพชีวิต อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของพื้นที่สีเขียวในแต่ละยุคสมัยมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป
ยุคผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์เพิ่มพื้นที่สีเขียวจากที่ดินรกร้างว่างเปล่าของรัฐ และพื้นที่ตามแนวโครงการตัดถนนใหม่ เช่น บริเวณแนววงแหวน
ยุคผู้ว่าฯ อัศวินมีการเพิ่มขึ้นของสวนขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากคลังที่ดินของรัฐในใจกลางเมืองเริ่มลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
ยุคผู้ว่าชัชชาติ ยุทธศาสตร์จึงต้องปรับเปลี่ยนมาเน้น “สวนขนาดเล็ก” ในนโยบายสวน 15 นาที ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 471 แห่ง

ติดตามความเคลื่อนไหว ข้อมูลเจาะลึก และการรายงานผลการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ทั้งหมดนี้ได้ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทาง เว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/BKKElection69



