สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่า ข้อมูลจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่เป็นตัวเงิน หรือ Nominal GDP ของญี่ปุ่น ขยายตัว 5.7% เมื่อปีที่แล้ว ส่วนสถิติการเติบโตของ Nominal GDP จีน อยู่ที่ 4.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 46 ปี หรือตั้งแต่ปี 2520


สถิติดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่ญี่ปุ่นเริ่มเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ หลังจากอยู่ในภาวะเงินฝืดมานานหลายปี สวนทางกับเศรษฐกิจจีนซึ่งกำลังประสบกับภาวะเงินฝืด


ทั้งนี้ เศรษฐกิจของจีนขยายตัว 5.2% เมื่อปีที่แล้ว ตามการเปิดเผยอย่างเป็นทางการของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโต 1.9% เมื่อปี 2566 เมื่อคำนวณเฉพาะจาก Nominal GDP โดยหดตัว 0.1% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล ซึ่งต้องการให้มีอัตราขยายตัว 0.2% ในช่วงสามเดือนสุดท้ายของปี 2566


แม้ Nominal GDP ของญี่ปุ่น ยังคงมีมูลค่าสูงราว 4.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 150.45 ล้านล้านบาท) แต่น้อยกว่าสถิติซึ่งรัฐบาลเยอรมนีเปิดเผยเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ว่ามูลค่า Nominal GDP ของประเทศ อยู่ที่ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 161.19 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2566 หมายความว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป แซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นมาอยู่อันดับสามของโลก ด้านอันดับ 1 และ 2 ยังคงเป็นสหรัฐและจีน


อนึ่งเศรษฐกิจของเยอรมนีจะยังคงได้รับแรงเสียดทานอย่างหนัก จากการที่ธนาคารกลางยุโรปยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แผนงบประมาณใช้จ่ายในประเทศซึ่งยังไม่มีเสถียรภาพ และการขาดแคลนแรงงานมีทักษะสูง ซึ่งปัญหานี้คล้ายคลึงกับญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เรื่องประชากรของญี่ปุ่นรุนแรงกว่า เนื่องจากอัตราการเกิดของประชากรอยู่ในระดับต่ำมาก.

เครดิตภาพ : AFP