ไทยเป็นประเทศผู้ใช้งานและนำเข้าเทคโนโลยี ที่ผ่านมาจึงเกิดการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมชึ้นมาใช้งานเองน้อยมาก โดยเฉพาะในเรื่อง “โรโบติกส์” หรือ “หุ่นยนต์”
แม้ว่าที่ผ่านมา เด็กเยาวชนไทย จะไปแข่งขันในเวทีหุ่นยนต์ชิงแชมป์โลก จนคว้าแชมป์กลับมาได้หลายปี แต่ก็ยังไม่มีการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาให้ใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม!!
วันนี้ คอลัมน์ “ชีวิตติด TECH” จึงพามารู้จักสตาร์ทอัพที่พัฒนา AI/หุ่นยนต์ของคนไทย ซึ่งก็คือ บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในหน่วยธุรกิจภายใต้ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ ARV ในกลุ่มปตท.สผ. ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำ “เอ็กซ์พลอเรอร์” (Xplorer) ซึ่งเป็นยานยนต์และระบบ AI ตรวจสอบอุปกรณ์ใต้น้ำแบบอัตโนมัติ ที่พัฒนาโดยคนไทย

“ภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์” ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายๆ ประเทศมีแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล ซึ่งมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทั้งการใช้ส่งพลังงานปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติเพื่อเป็นเชื้อเพลิงพลังงานสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ และการวางระบบเคเบิลใต้ทะเลเพื่อใช้ในการสื่อสาร รวมถึงสายไฟใต้ทะเลที่ใช้ในการส่งพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น
“ถึงแม้จะมีการเติบโตของงานระบบท่อใต้ทะเลอย่างต่อเนื่อง แต่ในการดำเนินงานในกระบวนการต่าง ๆ นั้น ก็ยังมีความท้าทาย โดยเฉพาะการนำอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีไปใช้งานในโลกใต้น้ำลึก ซึ่งอยู่ในสภาวะที่มีแรงดันที่มากกว่าบนบกหลายเท่า จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการออกแบบอุปกรณ์ที่ใช้ใต้ทะเลลึก ที่ต้องมีความแข็งแรงเพียงพอ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในขณะทำงาน รวมทั้งทลายข้อจำกัดอื่น ๆ เช่น ข้อจำกัดทางกายภาพของน้ำ ที่ไม่สามารถส่งผ่าน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้รวมถึงเทคโนโลยีการสื่อสารและการนำทางที่ใช้ได้ดีบนบก เช่น Wifi, 4G/5G, GPS ที่ยังไม่สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมใต้น้ำได้ด้วยเช่นเดียวกัน”
เมื่อเห็นถึงเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล และข้อจำกัดในการทำงาน บริษัทจึงได้พัฒนา เอ็กซ์พลอเรอร์ ซึ่งเป็นยานยนต์สำรวจใต้ทะเลที่ปฏิบัติการด้วยระบบ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่ทำงานได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งออกแบบและพัฒนาด้วยทีมวิศวกรคนไทย เพื่อใช้ในภารกิจตรวจสอบโครงสร้างใต้น้ำหรือสำรวจพื้นผิวใต้ทะเล โดยสามารถตรวจสอบและเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ ถือเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าหุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำที่มีอยู่ทั่วไป

ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึงจุดเด่น “เอ็กซ์พลอเรอร์” ว่า การที่สามารถทำงานได้ แบบอัตโนมัติไร้สาย จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเรือสนับสนุนขนาดใหญ่ในการปฏิบัติงาน ซี่งต้องเสียค่าเช่าต่อวัน ที่สูงมากถึงวันละ 1.5 ล้านบาท เปลี่ยนเป็นเรือขนาดเล็กลงทำให้ค่าเช่าเรือต่อวันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงทำให้สามารถลดกำลังคน ในการทำงานพร้อมทั้งยังสามารถทำให้การดำเนินงานรวดเร็วขึ้น 50%
สิ่งสำคัญที่สุด คือ เมื่อใช้กำลังคนลดลง ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมี “ระบบนำทางอัจฉริยะ”ที่จะเก็บข้อมูลและภาพแบบเรียลไทม์เพื่อประเมินสภาพและทำแผนการบำรุงรักษาของอุปกรณ์ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพด้วย นอกจากนี้ ยังมีความสามารถในการตรวจสอบท่อใต้ทะเลภายนอกที่ดีกว่ายานยนต์สำรวจใต้ทะเลแบบบังคับระยะไกล แม่นยำในการระบุตำแหน่งที่เทียบเท่ากับ GPS ช่วยอำนวยความสะดวก การเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นในงานสำรวจและตรวจสอบท่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเล เช่น ลักษณะพื้นทะเลเหนือท่อ ระบบป้องกันการกัดกร่อนของท่อ โดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ช่วยลดค่าใช้จ่าย เมื่อเทียบกับวิธีการทำงานปกติได้ถึง 2 เท่า

มาที่อีกหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด คือ “ธษภิชญ ถาวรสุข” บอกถึงมิติทางกายภาพ ของตัวยานยนต์ “เอ็กซ์พลอเรอร์” ว่า มีน้ำหนักในอากาศอยู่ที่ 850 กิโลกรัม และทนความลึกได้ที่ 300 เมตร ขับเคลื่อนโดยใบพัดผลักดันน้ำจำนวน 8 ตัว ซึ่งทำให้มีความสามารถเคลื่อนที่ได้ใน 6 องศาอิสระ และสามารถหยุดนิ่ง ณ จุดใดจุดหนึ่งได้ และมีความสามารถในการวิ่งตามท่อแบบอัตโนมัติ โดยใช้คลื่นเสียง (Sonar) กล้องวิดีโอ ในการหาแนวท่อ เพื่อให้ระบบประมวลผลสั่งการให้ยานเคลื่อนที่ไปตามแนวที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าช่วงที่ท่อถูกทรายกลบก็ตาม
ทั้งนี้ ระบบจะใช้ตำแหน่งที่ได้มาจากงานวางท่อในการนำทางแทนจนกว่าจะเห็นท่อโผล่พ้นขึ้นมาจากทราย และในระหว่างที่กำลังเคลื่อนที่อยู่เหนือท่อ ตัวยานจะทำการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นในงานสำรวจ และตรวจสอบ ท่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเล เช่น ลักษณะพื้นทะเลใต้ท่อ (Seabed profile) ความเข้มสนามไฟฟ้า (Electric Field Gradient) พิกัด ฯลฯ โดยหลังจากจบภารกิจ “เอ็กซ์พลอเรอร์” จะมีระบบกลับเข้าสถานีชาร์จ และส่งข้อมูลแบบอัตโนมัติ เพียงแค่การส่งคำสั่งครั้งเดียว

“ที่ผ่านมา เอ็กซ์พลอเรอร์ ได้ถูกนำมาใช้ในโครงการสำคัญ ๆ ของ ปตท.สผ. ในอ่าวไทย แล้ว รวมถึงยังได้มีการดำเนินงานร่วมกับธุรกิจพันธมิตรในอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกอื่น ๆ เช่น การใช้หุ่นยนต์ตรวจสอบ โครงสร้างเขื่อน หรือ การจัดทำแผนที่ใต้น้ำ เป็นต้น จึงทำให้นอกจากงานในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแล้ว ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจอื่นที่มีความต้องการในการสำรวจพื้นผิวหรือโครงสร้างใต้น้ำอีกด้วย” “ธษภิชญ” ระบุ
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจทางทะเล หรือ Blue Economy คาดว่าจะมีการเติบโตถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 และตลาดการตรวจสอบ ซ่อมแซม ที่คาดว่าจะเติบโตจาก 42.66 พันล้านดอลลาร์ในปี 2565 เป็น 72.46 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2572 ทำให้บริษัทมมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ประเภทอื่น เพื่อให้การสำรวจใต้ทะเลเป็นไปอย่างครบวงจร

“ธษภิชญ ถาวรสุข” ยังบอกต่อว่า นอกเหนือจากยานยนต์ “เอ็กซ์พลอเรอร์” แล้ว ปัจจุบันบริษัทยังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ได้มีการพัฒนาร่วมกันพันธมิตรทางธุรกิจ อย่าง “XGATEWAY” เรือผิวน้ำไร้คนขับ “Nautilus” นวัตกรรมหุ่นยนต์ ซ่อมบำรุงท่อใต้ทะเลตัวแรกของโลก และ “Xspector” ระบบการจัดการข้อมูลการสำรวจตรวจสอบบนคลาวด์ และ “Aquatic monitoring” ระบบตรวจจับและจำแนกสิ่งมีชีวิตทางน้ำที่เป็นเทคโนโลยี ที่พัฒนาและดำเนินการภายใต้บริษัท โรวูล่า
โดยวางเป้าหมายสู่ผู้นำและผู้สร้างสตาร์ทอัพที่พัฒนา AI /หุ่นยนต์ แบบครบวงจรสำหรับการตรวจสอบทางทะเลและใต้ทะเลของไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด รวมถึงขยายฐานไปสู่กลุ่มพลังงานและพลังงานทดแทนผ่านเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจชั้นนำ โดยยังมีเป้าหมายการเติบโตตั้งแต่ปี 65 ไม่ต่ำกว่าปีละ 90%
ถือเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้าน “ดีพเทค” ของคนไทยที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ที่จะมีส่วนสร้างโอกาสให้ประเทศไทย ได้ “ปักหมุด” ก้าวสู่เวทีโลก!?!
Cyber Daily



