
นี่เป็นเพราะมาตรฐานความยั่งยืนใหม่ ที่บังคับให้บริษัทชั้นนำต้องการคำนวณคาร์บอน ทั้ง Scope 1, 2, และ 3 รวมถึงที่ปล่อยออกมาตลอดห่วงโซ่กิจการ และพื้นที่สำนักงานเป็นจุดสำคัญในการรายงานคาร์บอน
สมัยก่อนสถาปนิกที่ออกแบบอาคารสำนักงาน พวกเขาอยากออกแบบให้เป็นอาคารเขียวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่นายทุนส่วนใหญ่บอกว่าแพงไป ตัดองค์ประกอบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมออก แค่ออกแบบให้สวยงามหรูหรา แต่ต้องต้นทุนต่ำ เขาจะได้ทำกำไรได้มากๆ นายทุนในอดีตไม่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เอาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง

สมัยนี้องค์กรระดับโลก องค์กรนานาชาติ บริษัทระดับ ESG เริ่มมองหาสำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาคารเขียวตามมาตรฐาน LEED และมาตรฐานความยั่งยืนใหม่ ๆ ที่ออกมาเรื่อย ๆ ไม่เพียงสำนักงานใหญ่ แต่รวมถึงสำนักงานสาขา โรงงาน โกดัง และพื้นที่เช่าต่าง ๆ ต้องรวบรวมค่าการปลดปล่อยคาร์บอนมาเปิดเผย
สมัยนี้สถาปนิกต้องมีคอนเซปความยั่งยืน การออกแบบอาคารต้องมีลักษณะดังนี้ 1. ออกแบบให้ได้มาตรฐานความยั่งยืน ตามมาตรฐานอาคารเขียว LEED 2. ใช้พลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก 3. เลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืน เป็นวัสดุหมุนเวียน วัสดุที่เป็นฉนวนกันความร้อน และใช้คาร์บอนต่ำในการผลิต 4. มีระบบการจัดการสาธารณูปโภคยั่งยืน จัดการน้ำหมุนเวียน มีการกำจัดของเสียอย่างยั่งยืน 5. เพิ่มพื้นที่สีเขียว รอบ ๆ อาคาร สวนแนวตั้ง สวนลอยฟ้า และสวนดาดฟ้า เพื่อลดอุณหภูมิของอาคารและพื้นที่โดยรอบ โดยคำนึงถึงทิศทางแดดและลม 6. ออกแบบพื้นที่ส่งเสริมสุขภาวะ มีพื้นที่เปิดโล่ง มีลมพัดผ่าน เป็นพื้นที่พักผ่อน 7. มีระบบจัดการ ข้อมูลคาร์บอน และความยั่งยืนที่เปิดเผยอย่างโปร่งใส 8. มีความร่วมมือ ระหว่างผู้เช่า และเจ้าของอาคารเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืน

แม้ค่าเช่าพื้นที่อาคารเขียว หรือการสร้างอาคารใหม่ให้ได้มาตรฐานความยั่งยืน จะมีราคาสูงกว่าอาคารแบบเดิม แต่ตอนนี้ถูกบังคับไม่ทำไม่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะต้องไปจ่ายภาษีคาร์บอน ไปซื้อคาร์บอนชดเชย ถูกกล่าวหาว่าฟอกเขียว ทำลายชื่อเสียงของแบรนด์ที่สะสมมานาน ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากต้นทาง
สำหรับคนที่รักษ์โลก ที่พักอาศัย และที่ทำงาน เป็นสิ่งสำคัญ จะต้องเลือกให้ดี นี่คือวิธีรักษ์โลกที่ต้นทาง



