สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่า กองทัพยูเครนออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการถอนกำลังออกจากเมืองอัฟดีฟกา ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของสมรภูมิแนวหน้า ในภูมิภาคโดเนตสก์ ทางตะวันออกของประเทศ โดยเน้นย้ำว่า ทหารทุกนายในพื้นที่ พยายามอย่างสุดความสามารถตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อปกป้องเมืองอัฟดีฟกาจากกองทัพรัสเซีย แต่ผลการประเมินสถานการณ์บ่งชี้ว่า “ควรเปลี่ยนไปประจำการยังพื้นที่เหมาะสมกว่านี้”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของกองทัพยูเครน เท่ากับเป็นการ “มอบชัยชนะเชิงสัญลักษณ์” ให้กับกองทัพรัสเซีย ซึ่งปิดล้อมเมืองอัฟดีฟกามานานหลายเดือน โดยเมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่อุตสาหกรรมของยูเครน มีประชากรราว 34,000 คน ตามข้อมูลก่อนเกิดสงคราม
ขณะที่ พล.อ.โอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ของยูเครน ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา กล่าวว่า ตัดสินใจถอนทหารเพื่อปกป้องชีวิตของกำลังพลทุกนาย และป้องกันไม่ให้การปิดล้อมจากอีกฝ่ายหนาแน่นมากไปกว่านี้
Ukraine’s top military commander ordered his outgunned forces to withdraw from the besieged eastern city of Avdiivka, as Russia’s army made its first major gain in months https://t.co/22nOwrhr5mhttps://t.co/22nOwrhr5m
— The Wall Street Journal (@WSJ) February 17, 2024
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งสะท้อนปัญหาของกองทัพยูเครน ที่กำลังขาดแคลนยุทโธปกรณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะกระสุนปืน จากการที่พันธมิตรฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐ กำลังประสบกับความตึงเครียดทางการเมืองภายใน และยังไม่สามารถผ่านงบประมาณสนับสนุนยูเครนรอบใหม่ได้ ขณะที่ประเทศขนาดใหญ่หลายแห่งในยุโรป ล้วนกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ สหภาพยุโรป (อียู) ให้คำมั่นช่วยเหลือยูเครนเป็นวงเงินประมาณ 49,700 ล้านยูโร (ราว 1.91 ล้านล้านบาท) ตั้งแต่ช่วงต้นของสงคราม ทว่าจนถึงปัจจุบัน สามารถจัดสรรความช่วยเหลือได้เพียง 35,200 ล้านยูโร (ราว 1.35 ล้านล้านบาท).
เครดิตภาพ : AFP



