สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่า นายลอว์เรนซ์ หว่อง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การคลังสิงคโปร์ แถลงเกี่ยวกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณ 1,900 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 50,416.23 ล้านบาท) เพื่อสร้างเสริมความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน ท่ามกลางแนวโน้มทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ยังไม่แน่นอน


มาตรการของภาครัฐ รวมถึงการแจกให้แก่ครัวเรือนในประเทศราว 1.4 ล้านแห่ง เพิ่มอีกครัวเรือนละ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 15,920.92 บาท) หลังเคยแจกไปแล้วครัวเรือนละ 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 13,267.43 บาท) เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาเรื่องค่าครองชีพ และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน กับผู้ประกอบการและร้านค้าซึ่งร่วมโครงการ


ทั้งนี้ เงินดังกล่าวจะแบ่งจ่ายสองครั้ง ครั้งละ 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 7,960.46 บาท) งวดแรกภายในสิ้นเดือน มิ.ย. นี้ ส่วนการจ่ายเงินงวดที่สองจะเกิดขึ้นในเดือน ม.ค. 2568


นอกจากนี้ รัฐบาลสิงคโปร์มีแผนแจกเงิน 200-400 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 5,306.97-10,613.94 บาท) ให้แก่ประชาชนซึ่งมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ ในเดือน ก.ย. 2567 โดยคุณสมบัติที่รัฐบาลกำหนดไว้ คือต้องมีอายุ 21 ปี หรือมากกว่านั้นในปีนี้ อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 1 แห่ง และมีเงินได้พึงประเมินสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2.6 ล้านบาท) เบื้องต้นน่าจะมีผู้เข้าข่ายประมาณ 2.5 ล้านคน


อนึ่ง เศรษฐกิจของสิงคโปร์ขยายตัว 1.1% เมื่อปีที่แล้ว แต่ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาล ซึ่งกำหนดไว้ที่ 1.2% ขณะที่ภาครัฐคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ ไว้ที่ระหว่าง 1.0-3.0% โดยเชื่อว่าอุปสงค์จากภายนอกยังคงไม่เปลี่ยนแปลง


อย่างไรก็ตาม “ความเสี่ยงขาลงทางเศรษฐกิจ” ยังคงเป็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะสงครามในฉนวนกาซา และสงครามในยูเครน ที่ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งจะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน.

เครดิตภาพ : AFP