เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 ที่ผ่านมาอัยการสูงสุดได้ยื่นอุทธรณ์พิพากษาลงโทษ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ อดีตรักษาการผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) และอดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง อคส., บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด เเละนายธนรัสย์ หัดศรี เจ้าของ บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด 3 จำเลยรายสำคัญในคดีทุจริตฯ ถุงมือยาง อคส. เพื่อให้รับเงินล่วงหน้า ความเสียหาย 2 พันล้านบาท

ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 8, 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 8, 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

เเต่ไม่อุทธรณ์จำเลยที่ 1 ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ไม่อุทธรณ์จำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 11, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

ส่วนจำเลยที่ 4 ถึงที่ 21 ไม่อุทธรณ์ทั้งหมด โดยมีคำสั่ง 15 ธ.ค. 2568

สำหรับคดีนี้ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริตภาค 1 ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ ที่ 1 กับพวกรวม 21 คนจำเลย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 8, 11 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4, 11, 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ให้ยกฟ้องโจทก์

ต่อมา นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริอัยการสูงสุดในสมัยนั้น อัยการสูงสุดมีความเห็นจะไม่อุทธรณ์จำเลยที่ 1 -3 ในความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือฮั้วประมูล เเต่เห็นควรอุทธรณ์จำเลยทั้ง 3 ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 เเละเอกชนเป็นผู้สนับสนุนฯ และเห็นชอบคำพิพากษาศาลชั้นต้นจะไม่อุทธรณ์ จำเลยที่ 4 – 21 ซึ่งตามกฎหมายเเล้วหากมีควาสเห็นไม่อุทธรณ์จะต้องยื่นหารือกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.

โดยทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีความเห็นแย้งให้อุทธรณ์คำพิพากษา ให้ยื่นอุทธรณ์จำเลยทั้งหมด แต่ตามกฏหมายอำนาจพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของอัยการสูงสุดความเห็นของป.ป.ช.ไม่ได้ผูกมัด

ต่อมาความเห็นของ ป.ป.ช.ถูกส่งมายังนายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน พิจารณาเห็นชอบตามความเห็นชอบของนายไพรัช อดีตอัยการสูงสุด จึงมีการยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนจำเลยที่ 1-3 เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์