อำเภอของประเทศไทยมี 878 อำเภอ หนึ่งในอำเภอที่มีมนต์เสน่ห์น่าตราตรึงก็คือ “อำเภออัมพวา” ของจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองสามน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ ความประทับใจนี้ ทำให้ พล-พิตนิตสันติ์ สันติวราคม ซีอีโอรุ่นใหม่ไฟแรง หยิบยกมาเป็นแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อร้าน “อัมพวา” ร้านอาหารไทยที่มีรสชาติกลมกล่อมแบบดั้งเดิม ถูกรังสรรค์มาให้ถูกปากทั้งคนไทยและต่างชาติ

พล-พิตนิตสันติ์ สันติวราคม

เมนูอาหารต่อยอดสอดคล้องกับชื่อร้าน คุณพลจึงนำวัตถุดิบประจำถิ่นของอำเภออัมพวา มาเล่นกันคอนเซปต์อาหาร เช่น ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก ปลาทูแม่กลอง กะทิ กะปิ มาเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่สร้างความทรงจำดีๆ เดิมทีเราเน้นเมนูอะลาคาร์ทหรืออาหารจานเดี่ยว เช่น แกงระแวงลิ้นจี่ ผัดมะเขือหมูสับ ยำปลาทูฟู ข้าวแมวขโมย ข้าวผัดลิ้นจี่กุ้ง ผัดกากหมูภูเขาเบคอนกรอบ วาฟเฟิลกล้วยน้ำว้าไอศกรีม มะพร้าวปั่น

อัมพวาไทยสำรับ เซต F

แต่เพราะอยากให้ลูกค้าได้เปิดประสบการณ์กับความหลากหลายของเมนูอาหารมากขึ้น ล่าสุดเปิดตัว “อัมพวาไทยสำรับ” มาตอบโจทย์กลุ่มพนักงานออฟฟิศและนักเรียน โดยราคาเริ่มต้น 99-189 บาท ประกอบด้วย ข้าวผัดน้ำพริก เสิร์ฟคู่กับผัด แกง อย่างละหนึ่งจาน และมีน้ำพริกหรือยำให้กินเป็นเซต คุณพลยกตัวอย่าง เซต F ประกอบด้วย ข้าวผัดน้ำพริก จานนี้ต้องแอบกระซิบว่ารสชาติจัดจ้านเข้าถึงความเป็นไทย เข้ากันได้ดีกับ ปลาทูต้มกะทิมะพร้าวอ่อน, ใบชะครามผัดไข่, น้ำพริกมะขามหมูสับ และน้ำเก๊กฮวย

ผัดมะเขือหมูสับ

ยำปลาทูฟู

นับเป็นการรีแบรนด์ในเวอร์ชั่นเมืองไทย เพราะชื่อร้าน “อัมพวา” นี้ เดิมมีสาขาที่ประเทศมาเลเซีย หากแต่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว แนวต้มยำและก๋วยเตี๋ยวเรือ เมื่อหวนกลับคืนสู่แผ่นดินแม่ พบว่าตลาดของก๋วยเตี๋ยวมีการแข่งขันสูง จึงปรับโฉมใหม่มาเป็นอาหารไทย ด้วยเหตุผลที่ว่า อาหารไทยเป็นอาหารที่คนไทยกินง่ายอยู่แล้ว ไม่ต้องคิดเยอะเรื่องรสชาติ ความคุ้นเคย และเข้าถึงง่าย ปัจจุบันเมืองไทยมี 3 สาขา ปักหลักที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ สาขา บางกะปิ, บางแค และงามวงศ์วาน ด้านบรรยากาศการตกแต่งร้าน ล้อเข้ากับคอนเซปต์ร้านที่อยากให้อาหารมีรสชาติความเป็นออเธนทิค ใช้วัสดุประเภทไม้เล่นกับสีดำ และพื้นลายตารางหมากรุกให้ลุคโมเดิร์น พร้อมกับแต่งไฟสไตล์โรงหนัง สะท้อนการนำเรื่องราวของวัน วนมาเล่าใหม่

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่คุณพลอยากแนะนำในวันนี้ ก็คือ “แกงระแวงเนื้อลิ้นจี่” เมนูโบราณตำรับชาววัง รสชาติเข้มข้น หอมสมุนไพร หน้าตาใกล้เคียงกับแกงเขียวหวาน ขณะเดียวกันเพิ่มมิติของการลิ้มรส ด้วยการใส่ “ลิ้นจี่” ซึ่งลิ้นจี่ก็เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของสมุทรสงคราม จนได้รับการยกย่องให้เป็น “ยอดลิ้นจี่” เนื่องจากมีรสชาติอร่อย ขนาดตั้งเป็นคำขวัญประจำจังหวัด

ส่วนผสม มีดังนี้ เนื้อตุ๋นหั่นเต๋า, พริกแกงระแวง สูตรของทางร้านจะโขลกพริกแกงเหมือนกับพริกแกงเขียวหวาน แต่เพิ่มส่วนผสมของขมิ้นและตะไคร้เข้าไป จึงทำให้มีสีออกเหลืองมากกว่า, กะทิ, ลิ้นจี่, พริกสด, หอมแดง และใบมะกรูด วิธีทำ ใช้กะทิมาผัดจนแตกมันโดยไม่ใช้น้ำมัน ใส่พริกแกง คนให้เข้ากันพอเดือด เอาเนื้อตุ๋นลง เคี่ยวด้วยไฟอ่อนเพื่อให้เครื่องแกงซึมเข้าเนื้อ จากนั้นใส่ลิ้นจี่ พริกสด หัวหอม และใบมะกรูด ตั้งไฟให้เดือดระอุ ตักใส่จาน กินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วฟินสุดๆ.

ช้องมาศ พุ่มสวัสดิ์ : เรื่อง

พิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ : ภาพ