สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองศรีนคร ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ว่านายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ลงพื้นที่เมืองศรีนคร เมืองเอกของรัฐชัมมูและกัศมีร์ หรือภูมิภาคแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐบาลนิวเดลี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมีการปราศรัย ให้คำมั่นพัฒนาพื้นที่ในทุกด้าน
#WATCH | Srinagar, J&K: PM Modi says "I have always treated the people of J&K as my family. The people of my family stay in my heart, and 'Main hoon Modi ka Pariwar' is in the hearts of Kashmiris. I promise that the development works in J&K will not stop at any cost. In the next… pic.twitter.com/I5nRKsB3Gb
— ANI (@ANI) March 7, 2024
การลงพื้นที่ดังกล่าวของโมดีนับเป็นครั้งแรก ตั้งแต่รัฐบาลอินเดียประกาศ เมื่อปี 2562 ใช้อำนาจตามบทบัญญัติตามมาตรา 370 ของรัฐธรรมนูญ เพิกถอน “สถานะพิเศษ” ที่รวมถึงอำนาจในการปกครองตนเอง ของรัฐชัมมูและกัศมีร์
#WATCH | Srinagar, J&K: Prime Minister Narendra Modi says "Now my next mission is 'Wed in India'. People should come to J&K and host their weddings…The world has seen how G20 was organised in J&K. There was a time when people used to say, who will go to J&K for tourism? Today,… pic.twitter.com/BKeVtUEWG2
— ANI (@ANI) March 7, 2024
ทั้งนี้ รัฐบาลกลางในกรุงนิวเดลีแบ่งรัฐดังกล่าวออกเป็นดินแดนสหภาพ 2 แห่งใหม่ เป็นดินแดนสหภาพลาดักห์ที่พลเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ และมีพรมแดนบางส่วนติดกับจีน อย่างไรก็ตาม อำนาจการปกครองและการบริหารทั้งหมดของดินแดนสหภาพลาดักห์ ขึ้นอยู่กับส่วนกลางในกรุงนิวเดลี ส่วนดินแดนสหภาพชัมมูและกัศมีร์ ซึ่งพลเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม จะมีอำนาจปกครองตนเอง ซึ่งรวมถึงการมีสภาแห่งรัฐ

อย่างไรก็ตาม พรมแดนทางตะวันตกของภูมิภาคแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย จะยังคงติดกับแนวเส้นควบคุม (แอลโอซี) กับภูมิภาคแคชเมียร์ฝั่งปากีสถานเหมือนเดิม
อนึ่ง การเพิกถอนมาตรา 370 เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงสำคัญของพรรคภารติยะ ชนตะ (บีเจพี) และเป็นหนึ่งในปัจจัยช่วยให้พรรคได้ความนิยมเพิ่มขึ้นจากฝ่ายชาตินิยม และได้รับชัยชนะ ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2562 จึงมีการวิเคราะห์เช่นกัน ว่าการที่ผู้นำอินเดียลงพื้นที่แคชเมียร์ตอนนี้ คือการหวังผลทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนเม.ย.นี้.
เครดิตภาพ : AFP



