เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยกรณีที่มีการนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กลุ่มหลักที่มีนัดหมายรวมตัวกันในวันนี้ มีกลุ่มทะลุฟ้านัดหมายเวลา 16.00 น. เป็นต้นไปรวมตัวที่แยกนางเลิ้งมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล และกลุ่มทะลุแก๊สยังไม่ทราบเวลานัดหมายรวมตัวที่แยกดินแดง บช.น.ขอเตือนว่า กรุงเทพฯ พื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมหรือรวมกลุ่มทากิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรคจะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 10 ลง 31 ส.ค.64 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อีกส่วนหนึ่ง
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า จากการชุมนุมในวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ของกลุ่มทะลุฟ้าเวลา 16.00 น.เริ่มรวมตัวกันที่บริเวณแยกนางเลิ้ง มีการปาถุงสียิงจรวดน้ำและขึงป้ายผ้าหน้าแนวรั้วลวดหนาม เวลา 17.00 น. เริ่มตัดรั้วลวดหนามเพื่อรื้อแนวกั้น ขว้างปาสิ่งของต่างๆ ยิงหนังสติ๊ก ประทัด พลุไฟ ระเบิดต่างๆ ใส่เจ้าหน้าที่ ต่อมาเวลา 17.20 น. เจ้าหน้าที่จึงได้ประกาศเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการกระทาเนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และขอให้ออกจากพื้นที่ดังกล่าว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมเชื่อฟัง ยังคงรวมตัวขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้เกิด เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย เวลา 18.00 – 18.40 น. เจ้าหน้าที่จึงเข้าบังคับใช้กฎหมายและผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทั้งนี้ได้จับกุมผู้กระทำผิด 9 คน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกแล้วไม่เลิกฯ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มทะลุแก๊ส เวลาประมาณ 22.50 น. มีการปาระเบิดเพลิง ยิงพลุไฟใส่รถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งขับขี่ผ่านไปบริเวณแยกดินแดงเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย 8 คัน แบ่งเป็นถูกเผาเสียหายทั้งคัน 1 คัน ถูกเผาบางส่วน 1 คัน ที่เหลือส่วนใหญ่ถูกทั้งพลุระเบิดมีการทุบทำลายด้วยของแข็งจนได้รับความเสียหาย ในกรณีเผารถตำรวจดังกล่าว พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ปฏิบัติราชการ บช.น. บก.สส.บช.น. ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐาน เบื้องต้นพอรู้ตัวผู้กระทำผิดที่เผารถทั้ง 2 คัน มีประมาณ 4-5 คน ภาพรวมประมาณ 15-20 คน
ส่วนกรณีมีการพ่นสีใส่ป้ายแยกนางเลิ้งจะดำเนินคดีอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า กรณีมีพ่นสีปรากฎตามภาพนั้นเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ส่วนกรณี “ป้าเป้า” ถอดเสื้อผ้าเปลือยต่อหน้าเจ้าหน้าที่นั้น พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.นางเลิ้ง จะดำเนินคดีป้าเป้าข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกายหรือกระทำการลามกอย่างอื่น เปิดเผยร่างกาย นอกจากนี้จะต้องถูกดำเนินคดีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ คาดว่าจะมีการออกหมายเรียกผู้ชุมนุมเมื่อวานนี้ รวมถึงป้าเป้าในวันนี้ ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่เดือนก.ค.2564 ที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 236 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 878 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 633 คน

เมื่อถามว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงเลือกขับผ่านบริเวณแฟลตดินแดงทั้งที่สามารถไปทางอื่นได้ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า มีการวางเพลิงเผาทรัพย์ในบางส่วน เจ้าหน้าที่จึงไปดับเพลิงบริเวณดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามบานปลายและไปติดทรัพย์สินของประชาชน กลุ่มผู้ก่อเหตุอาศัยจังหวะก่อเหตุช่วงระหว่างเจ้าหน้าปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเหลือจำนวนไม่มากนัก ทางตำรวจใช้มาตรการเข้มข้นขึ้น ตำรวจเพียงหน่วยเดียวคงไม่สามารถรักษาความปลอดภัยและควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้ ดังนั้นจำเป็นต้องมีการประสานหน่วยงานยุติธรรม ทั้งศาล อัยการและทนาย เข้ามาช่วยร่วมวางแนวทางบังคับใช้กฎหมายด้วย
ส่วนการปรับยุทธวิธีฝึกซ้อมรักษาพื้นที่นั้น รอง ผบช.น. กล่าวว่า ตำรวจมีการปรับยุทธวิธีเป็นประจำอยู่แล้ว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นประธานฝึกซ้อมดังกล่าว ให้คำแนะนำ ผบช.น.คนปัจจุบัน และคนใหม่ ภาพรวมตำรวจควบคุมได้ กลุ่มผู้ก่อเหตุจำนวนน้อยลง.



