นายเชียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้ บริษัท ผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก เปิดเผยว่า จากรายงานของแคสเปอร์สกี้ ในปี 66 ที่ผ่านมา แคสเปอร์สกี้สามารถบล็อกภัยคุกคามทางเว็บได้มากกว่า 12.92 ล้านรายการ หรือ 35,400 ครั้งต่อวัน และบล็อกการติดมัลแวร์จากอุปกรณ์ออฟไลน์ได้ 22.26 ล้านรายการ หรือ 61,000 ครั้งต่อวัน ที่มุ่งเป้าโจมตีผู้ใช้งานในประเทศไทย โดยภัยคุกคามยังคงมุ่งเป้าหมายไปที่องค์กรและบุคคล มีทั้งฟิชชิง, การหลอกลวง หรือสแกม, การละเมิดข้อมูล และการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีแรงจูงใจทางภูมิศาสตร์การเมือง เป็นต้น สำหรับในปี 67 นี้ สถานการณ์ภัยคุกคามในไทยก็มีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น และมีความซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกันสถานการณ์ทั่วโลกในปี 66 ทางแคสเปอร์สกี้ ค้นพบมัลแวร์ใหม่ถึง 4 แสนรายการต่อวัน เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปี 65 ส่วนในปี 67 ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน
“เรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปัจจุบัน แม้แต่ระบบปฏิบัติการที่ปลอดภัยที่สุดก็อาจถูกบุกรุกได้ เนื่องจากผู้ก่อภัยคุกคามที่มีเป้าหมายเพื่อโจมตีหน่วยงานที่มีข้อมูลสำคัญ ได้พัฒนากลยุทธ์อย่างต่อเนื่องและค้นหาจุดอ่อนใหม่ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ จึงต้องจัดลำดับความสำคัญ ด้านความปลอดภัยของระบบของตน ซึ่งรวมถึงการจัดหาเครื่องมือล่าสุดให้กับพนักงานและทีมเทคนิคเพื่อจดจำและป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการแก้ไขเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที”
น.ส.เบญจมาศ จูฑาพิพัฒน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า ในปีนี้ ผู้ก่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ จะใช้กลยุทธ์หลากหลายมากขึ้น ในการกำหนดเป้าหมายที่ซับซ้อน โดยเฉพาะมัลแวร์ที่ยังเป็นภัยที่ต้องระวังสำหรับองค์กร ขณะที่ภัยประชาชนต้องระวัง ก็คือ เรื่องโรแมนซ์ สแกม หรือหลอกให้รัก หลอกให้ลงทุนคริปโต และการฟอกเงิน โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดโซลูชั่น คูมา สำหรับการจัดการข้อมูลและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย แบบเนทีฟ สำหรับการจัดการข้อมูลความปลอดภัยและเหตุการณ์คุกคามทางไซเบอร์ โดยจะช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขัน และเป็นผู้นำในตลาดไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในไทยได้



