สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ว่า นายเหอ ย่าตง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวถึงการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ มีมติเสียงข้างมากท่วมท้น ผ่านกฎหมายเตรียมปิดกั้นการใช้งานติ๊กต็อก หากผู้บริหารแอปพลิเคชันดังกล่าวในสหรัฐ ไม่ยุติความร่วมมือทั้งหมดกับบริษัทแม่ในจีน คือ ไบต์แดนซ์ ภายในระยะเวลา 6 เดือน เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ ว่าสหรัฐ “ควรมีความเคารพ” ต่อระบบเศรษฐกิจแบบตลาด และการแข่งขันที่เป็นธรรม


ขณะเดียวกัน สหรัฐต้องยุติการใช้นโยบายฝ่ายเดียว กดขี่บริษัทต่างประเทศอย่างไม่เป็นธรรม ในทางกลับกัน รัฐบาลวอชิงตันต้องเปิดกว้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ไม่เลือกปฏิบัติ และมีความเท่าเทียม สำหรับบริษัทต่างชาติซึ่งต้องการลงทุนในสหรัฐ
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลปักกิ่งไม่ลังเลที่จะดำเนินการเพื่อปกป้อง “สิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรม” ของจีน


ด้านนายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวไปในทางเดียวกัน ว่าแม้กฎหมายดังกล่าวยังคงต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐ จึงจะสามารถมีผลบังคับใช้ได้อย่างเป็นทางการ แต่มติของสภาผู้แทนราษฎรที่ออกมา สะท้อนว่า “สหรัฐยืนอยู่คนละด้าน” กับพื้นฐานของการแข่งขันทางการค้าที่เท่าเทียม และกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ และการใช้อำนาจกดขี่ฝ่ายเดียว ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้าง “ความมั่นคงแห่งชาติ” ได้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES