เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มี.ค. นายเกรียงยศ สุดลาภา สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่คลองโอ่งอ่างเดินสำรวจพื้นที่และรับเรื่องร้องเรียนว่าการค้าขายไม่คึกคักเหมือนสมัยก่อน และหมดความเป็นแลนด์มาร์คดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเดินสำรวจพื้นที่ตั้งแต่สะพานดำรงสถิต ถึง สะพานภาณุพันธุ์ พร้อมทั้งพูดคุยกับผู้ประกอบการก่อนให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่วันนี้ เนื่องจากตนได้รับเรื่องร้องจากผู้ประกอบการ ชุมชน และประชาชน ว่าในอดีตเคยมาเดินท่องเที่ยว เคยได้มาค้าขาย แต่ปัจจุบันถูกปล่อยทิ้งร้าง สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนจึงได้หารือในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่เป็น สส.ของรวมไทยสร้างชาติ ว่าอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันดูแลไม่อยากให้ปล่อยทิ้งร้าง ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีโครงการพัฒนาคลองโอ่งอ่าง คลองผดุงกรุงเกษม และคลองเปรมประชากร ต่อเนื่องกัน ซึ่งทำได้ดีในสมัย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม. ตนจึงนำไปหารือในสภาผู้แทนราษฎร

ซึ่งจากการเดินสำรวจและพูดคุยกับผู้ค้า ผู้ประกอบการ พบว่าปัญหาการทิ้งร้างในวันนี้ คือ การทิ้งร้างไม่ได้เกิดจากผู้ประกอบการ ผู้ค้าเพราะทุกคนยังยากขายของเหมือนเดิม แต่ปัจจุบันขายไม่ได้ บางร้านก็ต้องปิดตัวไป เนื่องจากกิจกรรมที่เคยมีหายไป ซึ่งผู้ค้าเข้าใจว่าไม่สามารถจัดกิจกรรมทุกวันได้ แต่อย่างน้อย ถนนคนเดินควรกลับมา ซึ่งผู้ค้า ผู้ประกอบการ ประชาชนเป็นคนสะท้อนกิจกรรมขึ้นมาปัจจุบันไม่มีการจัดงานหรือกิจกรรมใด นอกจากมีเทศกาลอย่างเช่นลอยกระทงที่จัดไป หากมีกิจกรรม 3-4 กิจกรรมต่อปี ไม่เพียงพอ

นายเกรียงยศ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ผู้ค้าสะท้อนปัญหาที่อยากให้แก้ไข อันดับหนึ่งคือ ขอให้มีการจัดกิจกรรมให้คึกคักเหมือนเดิม ไม่ต้อง 100% เท่าเดิม แต่ขอให้มีกิจกรรมเพื่อให้ดึงดูดให้คนมาเดินมาท่องเที่ยว ทุกวันนี้ ถึงแม้จะยังมีการเล่นดนตรีเปิดหมวก แต่เสน่ห์ของคลองโอ่งอ่างหายไป ในอดีตมีการถ่ายทำภาพยนตร์อย่างเช่น ซีรีส์เกาหลีก็นึกถึงคลองโอ่งอ่างและมาถ่ายทำ ตนมองว่าจุดนี้ถือว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ อีกอย่างหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีอยากให้เกิด และจากการพูดคุยกับประธานชุมชน ก็ยืนยันว่าประชาคมไม่ได้ทะเลาะกัน แต่ประชาชนไม่สามารถทำเองได้ ต้องมีภาครัฐเข้ามาช่วย

“ฝากถึงหลายๆ คน ที่พยายามโยงถึงเรื่องการเมือง ตนยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่อย่างใด เรื่องนี้ตนได้รับร้องเรียนมา เพราะทั้งอดีตผู้ว่าฯ อัศวิน กับ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ก็ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งอะไรกัน ทุกคนต้องช่วยกันในทุกฝ่าย ในส่วนของตนที่เป็น สส. ก็ช่วยในสภาได้ เพราะว่าฝั่งรัฐบาลก็มีการท่องเที่ยว การคมนาคม และหลายๆ ฝ่ายเราช่วยกันได้ ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง ส่วนที่ กทม. มีแผนจะพัฒนาเชื่อมพื้นที่ต่อในระยะ 2 และระยะ 3 ถือเป็นเรื่องที่ดี ตนขอชื่นชมในเรื่องการวางแผนพัฒนาของ กทม. ที่มีไปป้อมพระกาฬและปากคลองตลาด แต่ถ้าเชื่อมกันแล้ว แต่ตรงจุดนี้ปล่อยทิ้งร้าง ก็ไม่เกิดประโยชน์” นายเกรียงยศ กล่าว