เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขอเรียกงบรายจ่ายปี 2570 ว่า งบดิจิทัลพลัส เพราะมีตัวเลขรวมกว่า 33,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบปี 2569 ถึง 28% ภาพรวมงบปี 2570 ทุกกระทรวงถูกลดงบลงเกือบหมด มีเพียงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ได้รับงบด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้น 114% เป็นเพราะมีใครบางคนนั่งอยู่ที่กระทรวงดีอีหรือไม่
ในแผนงบประมาณปี 70 มีงบที่แปะชื่อ Ai 81 หน่วยงาน 176 โครงการ วงเงิน 2,200 ล้านบาท ถ้าโครงการแปะคำว่า Ai ต่อท้าย ถือว่าเสร็จเรียบร้อย เหมือนคำว่า Soft Power ในอดีต โครงการที่เกี่ยวกับ Ai 176 โครงการ บางโครงการจั่วหัวเป็น Ai แต่ของจริงไม่ใช่ เป็นงบสร้างอาคาร โครงการใหญ่ที่สุด วงเงิน 164 ล้านบาท เป็นงบสร้างตึกมหาวิทยาลัยมหิดล แต่มีคำว่าปัญญาประดิษฐ์ต่อท้าย ตึกนี้ลงเสาเอกไปแล้วอยู่ที่ศาลายา อีกโครงการมีความยาว 4 บรรทัด คือ โครงการบูรณาการ AI สองระบบ (มนุษย์และปัญญาประดิษฐ์) เพื่อพัฒนาระบบฮาลาลบล็อกเชน
นายอิสริยะ กล่าวว่า ส่วนงบประมาณด้านดิจิทัลก้อนใหญ่สุดคือ ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ มี 254 หน่วยงาน ซื้อคอมพิวเตอร์ วงเงิน 11,000 ล้านบาท คิดเป็น 1 ใน 3 ของงบดิจิทัลทั้งหมด โดยรัฐสภาขอเงินค่าไอทีรวมกันทั้งฝั่งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา มากกว่า 500 ล้านบาท แทบจะเทียบเท่ากับหน่วยงานอื่นขอซื้อทั้งประเทศ หากสังเกตดูบริษัทที่ประมูลงานไอทีของรัฐสภาได้ อยู่ในเครือข่ายเดียวกับที่ได้งานโครงการ TH-Ai Passport รัฐบาลในอดีตมีวิธีคอร์รัปชันผ่านโครงการก่อสร้าง เพราะหาเงินทอนง่าย แต่รัฐบาลยุคใหม่หาขุมทรัพย์ใหม่คือ งบดิจิทัล เพราะหาส่วนต่างง่ายกว่า ราคากลางไม่ชัดเจน
“ฝากถึงรัฐบาลให้มองดิจิทัลเป็นเครื่องมือยกระดับประสิทธิภาพประเทศ ถ้าไม่รู้จะทำเรื่องดิจิทัลอย่างไรให้มาถามหัวหน้าเท้ง (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน) ได้ พรรคประชาชนมีคนดิจิทัลเยอะ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี”



