สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ว่าองค์กรสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย ( เอสโอเอชอาร์ ) รานงานว่า กองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศ ทำลายอาคารกงสุล ตั้งอยู่ใกล้กับสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงดามัสกัส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ราย แบ่งเป็นชาวอิหร่าน 8 ราย ชาวซีเรีย 2 ราย และชาวเลบานอน 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตทุกคน “ไม่ใช่พลเรือนทั่วไป”


ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำซีเรีย และสำนักข่าวแห่งชาติอิหร่าน ( ไออาร์เอ็นเอ ) รายงานตรงกันว่า เครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ของกองทัพอิสราเอล ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 6 ลูก โจมตีอาคารจนพังราบเป็นหน้ากลอง


ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) ออกแถลงการณ์ ว่าผู้เสียชีวิตรวมถึง พล.จ. โมฮัมหมัด เรซา ซาเฮดี และพล.จ.โมฮัมหมัด ฮาดี ฮาดี ฮาจี ราฮิมี ทั้งคู่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังนักรบคุดส์ ซึ่งเป็นกองกำลังฝ่ายต่างประเทศของไออาร์จีซี โดยพล.จ.ซาเฮดีเป็นผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ ดูแลกิจการเกี่ยวกับเลบานอน ซีเรีย และปาเลสไตน์


ในเวลาเดียวกัน นายฮอสเซ็น เอเมียร์-อับโดลลาเฮียน รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เรียกร้องประชาคมโลกร่วมกันตอบสนองอย่างจริงจัง ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนนายฮอสเซ็น อัคบารี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำซีเรีย ยืนยันว่า รัฐบาลเตหะรานจะไม่มีทางเพิกเฉย ต่อการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม และการไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศของรัฐไซออนิสต์ ที่หมายถึงอิสราเอล


จนถึงตอนนี้ รัฐบาลและกองทัพอิสราเอลยังคงสงวนท่าที ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการโจมตีซีเรียเป็นครั้งที่ 5 ภายในระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อิสราเอลเอลแทบไม่เคยให้ความเห็น เกี่ยวกับการโจมตีลักษณะนี้อยู่แล้ว แต่กล่าวว่า อิสราเอลจะไม่มีทางปล่อยให้ อิหร่านและกองกำลังฝักใฝ่อิหร่าน เข้ามาตั้งฐานที่มั่นและซ่องสุมอยู่ในซีเรีย.

เครดิตภาพ : AFP