สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่ารายงานโดยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) ระบุว่า 49.7% ของประชากรในเมียนมา ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนราว 55 ล้านคน มีชีวิตอยู่ในแต่ละวัน ด้วยเงินยังไม่ถึง 1,590 จ๊าด (ราว 28 บาท) เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งกำหนดไว้ที่ 1.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ราว 45.53 บาท)


ทั้งนี้ สถิติประชากรในเมียนมาซึ่งมีคุณภาพชีวิตต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนของยูเอ็น อยู่ที่ 24.8% เมื่อปี 2560 หมายความว่า ประชากรในเมียนมาตกอยู่ในภาวะดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า ระหว่างปี 2560-2566 ถือเป็นสัญญาณที่อันตราย ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น จากสถานการณ์ความไม่สงบ ซึ่งเป็นผลจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อโครงสร้างของเมียนมาในทุกมิติ


หากไม่มีการเพิ่มการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่เมียนมา และการกระจายความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ช่องโหว่เรื่องคุณภาพชีวิตจะยิ่งกว้างขึ้น และส่งผลกระทบครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มในประเทศแห่งนี้


เบื้องต้นยูเอ็นดีพีประเมินว่า เมียนมาต้องการความช่วยเหลือประมาณปีละ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 145,694 ล้านบาท) เพื่อขจัดวิกฤติความยากจน.

เครดิตภาพ : AFP