สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพอร์ตมอร์สบี ประเทศปาปัวนิวกินี เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ว่านายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างการเยือนปาปัวนิวกินี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการที่สหรัฐ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ในนามพันธมิตร “ออคัส” ยกระดับความร่วมมือ ด้วยการที่สหรัฐและสหราชอาณาจักรเตรียมพัฒนาเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ให้แก่ออสเตรเลีย ว่าเป็นการสร้างความแตกแยก และเข้าข่ายเป็นการละเมิดสนธิสัญญาราโรโตงา


ทั้งนี้ สัญญาราโรโตงา หรือสนธิสัญญาเขตปลอดนิวเคลียร์แปซิฟิกใต้ มีสาระสำคัญ คือเป็นการจัดตั้งเขตปลอดนิวเคลียร์ในภูมิภาค เมื่อปี 2529 มีภาคี 13 ประเทศ หนึ่งในนั้น คือ ออสเตรเลีย


ขณะเดียวกัน หวังกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของออคัสในเรื่องนี้ ยิ่งขยายขอบเขตความเสี่ยง การแพร่กระจายของอาวุธนิวเคลียร์ด้วย
นอกจากนี้ หวังกล่าวถึงการเลือกตั้งทั่วไปของหมู่เกาะโซโลมอน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมามา ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนท่าทีจากรัฐบาลนิยมจีน ว่าชาวโซโลมอน “มีความเฉลียวฉลาดเพียงพอ” ที่จะตัดสินอนาคตของตัวเอง และโซโลมอน “ต้องไม่ใช่หลังบ้านของประเทศใด”


ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำโซโลมอน ออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานของสื่อจีนหลายแห่ง ที่ระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันมีแผนปลุกระดมให้เกิดการประท้วงในกรุงโฮนีอารา เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งมีนโยบายนิยมรัฐบาลปักกิ่ง กลับมามีอำนาจอีกครั้ง


ในส่วนภารกิจการเยือนปาปัวนิวกินีของหวัง เป็นที่ทราบกันดีว่า จีนพยายามอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อโน้มน้าวให้ประเทศแห่งนี้ ออกจากการอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐและออสเตรเลีย แม้ปาปัวนิวกินีเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยมาก แต่อุดมไปด้วยทรัพยากร และถือว่ามีความสำคัญ “ในทางภูมิยุทธศาสตร์” หากเกิดข้อพิพาททางทะเลในแถบนี้ รวมถึงความตึงเครียดที่ช่องแคบไต้หวันด้วย.

เครดิตภาพ : AFP