สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ลงนามร่วมกันในข้อตกลงหลายฉบับ ระหว่างการพบหารือกันที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา


ทั้งนี้ หนึ่งในเอกสารที่มีการลงนามร่วมกัน คือการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระดับทวิภาคี ให้มีความลึกซึ้งและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากข้อตกลงที่จีนและรัสเซียลงนามร่วมกัน เพียงไม่นานก่อนสงครามปะทุในยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565


ขณะที่สีกล่าวในช่วงหนึ่งของพิธีลงนาม ว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซีย “เบ่งบานบนความยากลำบาก” ทั้งสองประเทศต้องให้ความสำคัญและรักษาสายสัมพันธ์นั้นไว้ พร้อมทั้งร่วมมือกันธำรงรักษา ความยุติธรรมและความเท่าเทียมบนโลก ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า เป็นการส่งสัญญาณ “ท้าทาย” ระเบียบโลกที่สหรัฐเป็นผู้นำเพียงหนึ่งเดียว ตั้งแต่สิ้นสุดยุคสงครามโลกครั้งที่สอง


อย่างไรก็ตาม ทั้งจีนและรัสเซียไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ต่างฝ่ายต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายตัวเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของจีนที่ยังคงชะลอตัว และการที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ยังคงมอบความสนับสนุนทางทหารให้แก่ยูเครน ในการสู้รบกับรัสเซีย ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปีแล้ว


ด้านนายเวดันต์ ปาเทล รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงการพบปะระหว่างผู้นำจีนกับผู้นำรัสเซียในครั้งนี้ ว่ารัฐบาลปักกิ่ง “ไม่ควรจับปลาสองมือ” ด้วยการต้องการฟื้นฟูและยกระดับความสัมพันธ์กับยุโรป แต่ในเวลาเดียวกัน จีนกลับขยายขอบเขตความสัมพันธ์ กับประเทศที่ยุโรปถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง อนึ่ง รัฐบาลวอชิงตันกล่าวหามาตลอด ว่าจีน “เข้าข้าง” รัสเซีย นับตั้งแต่เกิดสงครามในยูเครน.

เครดิตภาพ : AFP